จวนอ๋องจิ้งเป่ยแห่งซั่วฟาง
อวิ๋นเจิงเรียกขุนพลคนสนิทหลายคนมาร่วมกินหม้อไฟที่จวน
แม้จะเรียกว่ากินอาหารมื้อพิเศษ แท้จริงแล้วก็แค่กินหม้อไฟ
อย่างไรเสีย ยามนี้พวกเขามีเนื้อม้าเหลือเฟือ นำมาลวกหม้อไฟย่อมเลิศรสเป็นที่สุด
ทว่า ทั้งต้าเฉียนและเป่ยหวนต่างไม่มีพริกกิน รสชาติจึงยังขาดอะไรไปอยู่บ้าง
คนกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ในลานด้านหลัง ท่ามกลางหิมะขาวโพลนที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า พวกเขากินหม้อไฟร้อนกรุ่น ดื่มสุราแรงแท้เช่นจางกงจุ้ย ช่างสุขสำราญยิ่งนัก
“องค์ชายคิดจริงหรือว่าคนของเราจะนำแผนนี้ไปบอกเป่ยหวน?”
กินไปได้ครู่หนึ่ง ลู่ซิงก็เอ่ยถามอย่างหยั่งเชิง
ลู่ซิงรู้สึกว่าตนถือว่าโชคดีไม่น้อย
หากเขาเข้ามาสวามิภักดิ์ต่ออวิ๋นเจิงช้ากว่านี้อีกสักระยะ เกรงว่าคงไม่มีสิทธิ์ได้นั่งอยู่ที่นี่แล้ว
คนที่นั่งอยู่ที่นี่ได้ ล้วนเป็นคนข้างกายอวิ๋นเจิงหรือไม่ก็เป็นคนสนิทของเขา
อวิ๋นเจิงเรียกเขามา ย่อมหมายความว่าเห็นเขาเป็นคนสนิท
“ข้าก็กำลังหยั่งเชิงมิใช่หรือ?”
อวิ๋นเจิงยักไหล่ “หากเป่ยหวนส่งกำลังเสริมไปยังช่องเขาหลางหยา ก็เป็นการยืนยันข้อสันนิษฐานของข้า!”
“ข้าคิดว่าส่วนใหญ่คงเป็นเช่นนั้น!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนแค่นเสียงเบา ๆ “หากตู๋กูเช่อบอกแผนการแก่เว่ยเหวินจง เว่ยเหวินจงคงเปิดเผยให้เป่ยหวนรู้เป็นแน่ รออาศัยมือเป่ยหวนกำจัดท่าน!”
พวกเขาแทบจะแน่ใจแล้วว่าเว่ยเหวินจงเอนเอียงไปทางอวิ๋นลี่
แน่นอนว่าไม่มีหลักฐาน เป็นเพียงข้อคาดเดาเท่านั้น
หากเดาถูก เว่ยเหวินจงย่อมต้องช่วยอวิ๋นลี่กำจัดอวิ๋นเจิง
เสิ่นลั่วเยี่ยนและคนอื่น ๆ ที่เดินทางจากนครหลวงมาซั่วเป่ยพร้อมอวิ๋นเจิง ย่อมรู้ดีที่สุดว่าอวิ๋นลี่เคียดแค้นอวิ๋นเจิงเพียงใด
