หลังฟังความคิดของเจียเหยาแล้ว อวิ๋นเจิงก็สั่งให้คนนำแผนที่มาโดยพลัน
เมื่อหาตำแหน่งที่เจียเหยากล่าวถึงพบ อวิ๋นเจิงก็ครุ่นคิดอย่างละเอียด
ผ่านไปครู่หนึ่ง อวิ๋นเจิงเงยหน้าขึ้น เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าคิดได้รอบคอบยิ่งนัก!”
เจียเหยายิ้มอย่างจนใจ “เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของเป่ยหวน ข้าจะกล้าไม่คิดให้รอบคอบได้อย่างไร?”
“ถึงขั้นนั้นเชียวหรือ?”
อวิ๋นเจิงเบ้ปาก ก่อนเอ่ยต่อว่า “ความคิดของเจ้าไม่เลว แต่ข้ามีข้อสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง”
“ข้อสงสัยอันใด?”
เจียเหยาเอ่ยถาม
อวิ๋นเจิงชี้แผนที่ตรงหน้า พลางมองเจียเหยาอย่างฉงน “จากความเข้าใจที่ข้ามีต่อเจ้า เจ้าน่าจะคิดหาทางสกัดชนเผ่าเถื่อนทางเหนือไว้นอกเขตเป่ยหวน! การตั้งค่ายใหญ่ไว้สองแห่งนี้ แทบจะเท่ากับเปิดทางให้ชนเผ่าเถื่อนทางเหนือเข้ามารบ เจ้ามีเหตุผลอันใด?”
“เจ้าคิดว่าข้ากำลังชักศึกเข้าบ้านหรือ?” เจียเหยาถามย้อนอวิ๋นเจิง
“ไม่ถึงกับเช่นนั้น”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้า “ยังไม่แน่ว่าชนเผ่าเถื่อนทางเหนือจะบุกมาหรือไม่ และจะบุกมาทางใด หากกล่าวว่าข้ากำลังชักศึกเข้าบ้าน ก็เร็วเกินไปหน่อย”
“นับว่าแปลกที่เจ้าไม่สงสัยข้า”
เจียเหยายิ้มเยาะตนเอง ก่อนอธิบายว่า “ข้าคิดว่าชนเผ่าเถื่อนทางเหนืออาจระดมไพร่พลทั้งเผ่า รวมกำลังหลายแสนนายบุกเข้ามา หากเราคิดจะสกัดพวกเขาไว้นอกเขตเป่ยหวนทั้งหมด แทบเป็นไปไม่ได้! ต่อให้สกัดไว้ได้ พวกเราก็คงต้องสูญเสียอย่างหนัก มิสู้เปิดทางให้พวกเขาเข้ามารบ...”
