ฮ่องเต้เหวินจะไม่เข้าใจได้อย่างไร
ขอเพียงต้าเฉียนเอาชนะบรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทราย แล้วพัฒนาบ้านเมืองอย่างสงบสุขต่อไปอีกสิบกว่าปี บางทีแม้เขาไม่ต้องเอ่ยปาก สามแคว้นบริวารนั้นก็อาจยินดีสละชื่อแคว้นแล้วผนวกรวมเข้ากับต้าเฉียน
ทว่ากระบวนการนี้ช่างยืดยาวนัก!
พระองค์มีพระชนมายุเกินห้าสิบชันษาแล้ว
โดยเฉพาะหลังจากเสด็จตรวจเยี่ยมไปทั่ว พระองค์ก็จำต้องยอมรับว่าตนชราลงแล้ว
สังขารนี้เทียบกับยามหนุ่มแน่นไม่ได้เลย
ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งอาจสวรรคตลงก็เป็นได้
พระองค์ยังทรงหวังว่าจะได้เปิดดินแดนขยายแผ่นดินให้ต้าเฉียนด้วยพระองค์เอง ขณะยังมีพระชนม์ชีพ
“เสด็จพ่อรับสั่งเช่นนี้ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นเจิงปลอบพระทัย “พระวรกายของเสด็จพ่อยังแข็งแรงดี จะไม่ทอดพระเนตรเห็นวันนั้นได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
“แข็งแรงกับผีน่ะสิ!”
ฮ่องเต้เหวินถลึงพระเนตรใส่อวิ๋นเจิง “ร่างกายของเรา เราย่อมรู้ดีที่สุด! หากเป็นเมื่อห้าหกปีก่อน เราเสด็จตรวจเยี่ยมไปทั่วเช่นนี้ก็ราวกับเดินเล่น! แต่บัดนี้ พอเดินมารอบหนึ่ง ร่างกายกลับเหนื่อยล้าเหลือเกิน...”
“ฝ่าบาท กระหม่อมก็เหนื่อยยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินลิ่วก่านยิ้มประจบ “เดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ นอกจากพวกคนหนุ่มที่แข็งแรงแล้ว จะมีสักกี่คนที่ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ถึงจะแข็งแรงก็ทนไม่ไหวหรอก!” อวิ๋นเจิงยิ้มเจื่อน “ไม่ปิดบังเสด็จพ่อ ความจริงลูกก็เหนื่อยแทบแย่ เพียงแต่เห็นเสด็จพ่อยังทรงกัดฟันอดทน ลูกจึงไม่กล้าบ่นพ่ะย่ะค่ะ”
มู่ซุ่นพยักหน้ารัว แสดงว่าตนเองก็แทบจะหมดแรงแล้วเช่นกัน
เพราะฮ่องเต้เหวินไม่ทรงบ่น พวกเขาจึงไม่กล้าบ่น
“พอเถิด ไม่ต้องปลอบเรา!”
