สถานการณ์เร่งด่วน เกาโหย่งไม่กล้ารั้งรอ
เกาโหย่งนำทหารม้าติดตามไปสิบกว่านาย ควบม้าเร่งรุดไปยังเมืองฉี่หมิง
ตลอดทาง เกาโหย่งก่นด่าอวิ๋นเจิงในใจไม่หยุดว่าเป็นคนต่ำช้าไร้ยางอาย
เขาลอบตัดสินใจว่า หากได้เผชิญหน้ากับอวิ๋นเจิงในสนามรบ เขาจะตัดศีรษะอีกฝ่ายมาแขวนไว้บนธงของพวกตนให้จงได้
ด้วยความเคียดแค้นอวิ๋นเจิงอย่างยิ่ง เกาโหย่งจึงควบม้าห้อไม่หยุด
เมื่อควบมาได้ราวสามสิบลี้ เบื้องหน้าพวกเขาก็ปรากฏเนินเขาเล็กแห่งหนึ่ง
ถนนหลวงที่มุ่งหน้าไปเมืองฉี่หมิงทอดอ้อมผ่านข้างเนินเขาพอดี
บนเนินเขา หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณซ่อนตัวอยู่มาสองวันแล้ว
ตลอดสองวันมานี้ พวกเขาซ่อนตัวในเวลากลางวันและออกปฏิบัติการในยามค่ำคืน พรางตัวได้แนบเนียนยิ่ง
หลังฝนตกเมื่อคืน ภายในหุบเขาก็อบอ้าวชื้นแฉะขึ้น
ถึงกระนั้นพวกเขาก็ต้องอดทน
ยังดีที่หลังฝนตกมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง พวกเขาจัดคนคอยลาดตระเวนรอบบริเวณ ส่วนที่เหลือก็สลับกันลงไปแช่น้ำคลายร้อน
ขณะที่โยวจิ่วกำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ ทหารยามคนหนึ่งก็ถือกล้องส่องทางไกลวิ่งเข้ามา
“หัวหน้า มีกองทหารม้ากลุ่มเล็กกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้! มาจากทางช่องเขาหู่โข่ว!”
“แน่ใจหรือว่ามาจากทางช่องเขาหู่โข่ว?”
“แน่ใจ!”
“มีกี่คน?”
“มองไม่ชัด มากที่สุดไม่เกินห้าสิบคน!”
“กุ๊กกู๋ กุ๊กกู๋...”
โยวจิ่วไม่ลังเลอีกต่อไป ส่งสัญญาณให้ลงมือทันที
ไม่นาน หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณก็รวมพลเสร็จสิ้น ภายใต้สัญญาณมือของโยวจิ่ว สมาชิกหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณแยกกลุ่มอย่างรวดเร็ว เคลื่อนเข้าใกล้ถนนหลวงข้างเนินเขา
บางคนคอยสกัดด้านหลัง บางคนรับหน้าที่ซุ่มโจมตี และบางคนรับหน้าที่โอบล้อม
