หลังจากอวิ๋นเจิงเอ่ยว่า “เข้ามา” เจียเหยาก็ผลักประตูเข้ามา
อวิ๋นเจิงกวักมือเรียกเจียเหยา ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลง
“ดึกดื่นป่านนี้มาหาข้าด้วยเหตุใด?”
อวิ๋นเจิงเอ่ยถามเจียเหยาพลางยิ้ม
“นอนไม่หลับ อยากมาคุยกับท่านสักหน่อย”
เจียเหยานั่งลงอย่างสบาย ๆ แล้วเหลือบมองกระดาษบนโต๊ะ “ท่านกำลังจะเขียนสิ่งใดหรือ?”
อวิ๋นเจิงยิ้มบาง “เขียนเรื่องการพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรซั่วฟางสักหน่อย”
“ดูท่าข้ามาไม่ถูกเวลาเสียแล้ว!” เมื่อเห็นอวิ๋นเจิงเขียนไปเพียงเล็กน้อย เจียเหยาก็ยิ้มกล่าว “ข้าควรมาช้ากว่านี้อีกหน่อย จะได้เห็นแผนการของท่านในเรื่องความเป็นอยู่ของราษฎร”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้ายิ้ม ถ่อมตนว่า “ข้าไม่มีแผนการอันใดเป็นรูปธรรม เพียงเขียนส่งเดชเท่านั้น”
“ท่านคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?”
เจียเหยาไม่เชื่อคำพูดของอวิ๋นเจิงอยู่แล้ว นางเอ่ยอย่างสนอกสนใจว่า “อย่างไรข้าก็นอนไม่หลับ มิสู้ท่านเล่าให้ข้าฟังว่าคิดจะพัฒนาซั่วฟางอย่างไร ให้ข้าได้เรียนรู้บ้าง?”
“ท่านถ่อมตนเกินไปแล้ว!” อวิ๋นเจิงยิ้ม “หากท่านสนใจ พวกเราก็หารือกันได้”
กล่าวจบ อวิ๋นเจิงก็เล่าแผนการพัฒนาซั่วฟางที่ตนคิดไว้ให้นางฟัง
เมื่อเส้นทางฝั่งช่องเขาหลางหยาสร้างเสร็จ ซั่วฟางก็จะกลายเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อการไปมาระหว่างซั่วเป่ยกับจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
ภายหน้า แนวตั้งแต่ด่านเป่ยลู่ เล่ออัน จนถึงซั่วฟาง จะกลายเป็นเส้นทางการค้าสำคัญ ใช้การค้าเป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองตลอดแนว
ภายหลังเขาจะออกนโยบายที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมให้พ่อค้าจากซั่วเป่ยและด่านในทำการค้ากับจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
