หลังผ่านไปครึ่งวัน หน่วยสอดแนมก็กลับมาพร้อมข่าวที่แน่ชัด
กองทัพกุ่ยฟางเป็นฝ่ายยกทัพออกมาเอง กำลังเคลื่อนพลมาทางพวกเขา
ทว่าความเร็วในการเคลื่อนทัพของกองทัพกุ่ยฟางไม่รวดเร็วนัก
ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพแนวหน้าของกุ่ยฟางดูเหมือนจะเป็นกำลังของเฉวียนหรง
เมื่อได้รับข่าวนี้ อวิ๋นเจิงกับพวกจึงวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วว่า กุ่ยฟางเตรียมถอนทัพแล้ว!
กำลังพลของเฉวียนหรงมีไว้เพื่อถ่วงเวลาเท่านั้น!
เมื่ออวิ๋นเจิงออกคำสั่ง อวี๋ซื่อจงก็ยกทหารม้าชั้นยอดหนึ่งหมื่นห้าพันนายออกโจมตีทันที
ทหารหนึ่งหมื่นห้าพันนายนี้จะบุกผ่านเทือกเขาอูเหลียนกับป่าทูโถว แล้วร่วมมือกับเป่ยหวนทำลายกองทัพสี่หมื่นนายของกุ่ยฟางที่ตั้งอยู่ทางฝั่งเป่ยหวน
จากนั้นกองกำลังทั้งสองฝ่ายจะบุกโจมตีกองทัพหลักของกุ่ยฟางซึ่งอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
ในยามที่อวี๋ซื่อจงนำทัพออกเดินทาง ชวีจื้อกับหวังชี่ก็นำกำลังที่เหลือออกไปเช่นกัน
ค่ายใหญ่ทั้งค่ายเหลือทหารราบเฝ้ารักษาการณ์เพียงสามพันนาย
แม้พวกเขาจะวินิจฉัยว่ากองทัพศัตรูกำลังจะถอนทัพ แต่ก็ยังต้องระวังไว้ก่อน
หากศัตรูส่งกำลังพลอีกสายมาลอบเผาเสบียงของพวกเขา เช่นนั้นคงไม่คุ้มเสีย
กองกำลังของพวกเขามีเป้าหมายเพื่อถ่วงรั้งศัตรู ไม่จำเป็นต้องเปิดฉากโจมตีฉับพลัน ดังนั้นชวีจื้อจึงแบ่งม้าศึกห้าพันตัวให้หวังชี่ ทำให้ทหารใต้บังคับบัญชาของหวังชี่ห้าพันนายได้ขี่ม้าศึก
ขณะที่อวิ๋นเจิงนำกองทหารองครักษ์ติดตามชวีจื้อกับหวังชี่ไปเคลื่อนทัพ จู่ ๆ ก็มีเสียงเร่งร้อนดังมาจากด้านหลัง
“รายงาน! มีข่าวด่วน...”
เมื่อได้ยินเสียงจากด้านหลัง หัวใจของอวิ๋นเจิงก็พลันกระตุกวูบ
