เมื่อได้ฟังคำพูดของอวิ๋นเจิง หัวใจของอวิ๋นลี่พลันเย็นเยียบ
ข่มขู่!
นี่มันข่มขู่ชัด ๆ!
เขาไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย!
คณะส่งตัวเจ้าสาวเป่ยหวนมิใช่ฟังคำสั่งของอวิ๋นเจิงหรอกหรือ?
หากพวกเขาไม่ยอมให้อวิ๋นเจิงนำทหารม้าเกราะหนักสามพันนายเข้าเมือง เจ้าหมอนั่นต้องสั่งให้คณะส่งตัวเจ้าสาวเป่ยหวนก่อเรื่องเป็นแน่!
ถึงยามนั้น ไม่เพียงขุนนางที่อยู่ในเหตุการณ์ แม้แต่ความปลอดภัยของเขาในฐานะรัชทายาทก็จะถูกคุกคาม!
เผลอ ๆ เขาอาจต้องมาตายอยู่ที่นี่!
จากนั้นก็โยนความผิดทั้งหมดให้คณะส่งตัวเจ้าสาวเป่ยหวน อวิ๋นเจิงย่อมไม่เกี่ยวข้องด้วย!
เจ้าหมอนี่เจ้าเล่ห์ร้ายกาจไม่เปลี่ยนจริง ๆ!
“น้องหกอย่าคิดมากไปเลย พี่สามมิได้หมายความเช่นนั้น!”
อวิ๋นลี่ฝืนยิ้มออกมา “เป่ยหวนเพิ่งยอมสวามิภักดิ์ ผู้คนไม่น้อยคงยังไม่ยินยอมจากใจ จำเป็นต้องอาศัยทหารม้าเกราะหนักสามพันนายของน้องหกข่มขวัญพวกเขาจริง ๆ!”
กล่าวจบ อวิ๋นลี่ก็หุบยิ้ม พลางโบกมือสั่ง “มา จับชุยเหวินจิ้งไว้ แล้วส่งตัวไปยังเมืองหลวงทันที ให้กรมอาญาสอบสวน!”
แม้การทำเช่นนี้จะเท่ากับตบหน้าตนเอง ทว่าอย่างน้อยก็ยังรักษาหน้าตาไว้ได้มากที่สุด
หากปล่อยให้อวิ๋นเจิงสังหารชุยเหวินจิ้งต่อหน้าผู้คน นั่นต่างหากที่เป็นการตบหน้ารัชทายาทอย่างแท้จริง
เมื่อสิ้นเสียงของอวิ๋นลี่ ทหารองครักษ์ที่อยู่ข้างกายก็รีบก้าวเข้าไปจับชุยเหวินจิ้งไว้
ชุยเหวินจิ้งรู้ว่าอวิ๋นลี่กำลังปกป้องตน ทว่าก็ยังร้องแก้ต่างตามธรรมเนียมสองสามคำ
อวิ๋นเจิงเห็นเช่นนั้นก็คร้านจะกล่าวอะไรต่อ
อย่างไรจุดประสงค์ของเขาก็บรรลุแล้ว
ชุยเหวินจิ้งเป็นเพียงปลาตัวเล็ก ส่วนพี่สามต่างหากคือปลาใหญ่
