ถังข้าวสารไร้ประโยชน์?
สิ้นเสียงของอวิ๋นเจิง สีหน้าของขุนนางทั้งหลายก็เปลี่ยนไปพร้อมกัน
อวิ๋นเจิงถึงกับกล่าวต่อหน้าผู้คนว่าอวิ๋นลี่เป็นถังข้าวสารไร้ประโยชน์หรือ?
นี่ไม่ไว้หน้ารัชทายาทอย่างอวิ๋นลี่เกินไปแล้ว!
อวิ๋นลี่เองก็โกรธจนแทบคลุ้มคลั่ง อยากสับอวิ๋นเจิงเป็นหมื่นชิ้น
อวิ๋นเจิงซักไซ้เขาต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ นับเป็นการหยามเกียรติโดยแท้!
“เช่นนั้นเจ้าก็จงบอกพี่สามมาสิว่าเรื่องนี้เป็นมาอย่างไร?”
อวิ๋นลี่ข่มโทสะในใจ ฝืนกล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึง “หากเจ้าอธิบายเหตุผลไม่ได้ ก็อย่าหาว่าพี่สามไม่เห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ลงโทษเจ้าฐานไม่เคารพผู้ใหญ่!”
อวิ๋นลี่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากไม่น้อยเมื่อถูกอวิ๋นเจิงหยามเกียรติ
เขาต้องรักษาทั้งกิริยาและความน่าเกรงขามของรัชทายาท
ในยามนี้ คงทำได้เพียงดูเสียก่อนว่าอวิ๋นเจิงจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร
อวิ๋นเจิงลอบหัวเราะในใจ ก่อนชี้ไปยังกองทัพอาภรณ์โลหิตแล้วถามว่า “พี่สามคงไม่คิดว่าพวกเขาเป็นองครักษ์ของน้องด้วยกระมัง?”
“พวกเขาไม่ใช่องครักษ์ของเจ้าหรือ?”
อวิ๋นลี่ถามย้อน “เช่นนั้นจงบอกเรามาว่าพวกเขาเป็นมาอย่างไร?”
ไอ้สารเลว!
คนเหล่านี้เป็นองครักษ์ของเขาหรือไม่ เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร?
ยังกล้ามาแก้ตัวกับตนอยู่ที่นี่อีกหรือ?
“เป็นมาอย่างไรหรือ? ท่านคิดว่าเป็นมาอย่างไรเล่า?”
อวิ๋นเจิงหุบยิ้ม สีหน้าไม่สบอารมณ์ “ท่านไม่เห็นหรือว่าคณะส่งตัวเจ้าสาวของเป่ยหวนมีสภาพเช่นไร?”
“หลักที่ว่าคนต่างเผ่าพันธุ์ย่อมมีใจคิดต่าง ท่านเป็นถึงรัชทายาท ไม่เข้าใจหรือ?”
“ลองดูพวกเขาสิ สภาพเช่นนี้เหมือนคณะส่งตัวเจ้าสาวหรือ?”
“ท่านเชื่อหรือไม่ หากไม่มีกองทหารม้าเกราะหนักสามพันนายของข้าคอยคุมเชิง พวกเขาคงฉวยโอกาสลงมือกับท่านและเสด็จพ่อในช่วงที่ข้ากับเจียเหยาเข้าพิธีมงคลไปแล้ว?”
