ฮ่องเต้เหวินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถ่ายทอดคำที่อดีตฮ่องเต้เคยตรัสบอกเขาให้อวิ๋นเจิงฟัง
ในมือของคนเลี้ยงแกะ พึงมีหนึ่งแผ่นดิน หนึ่งหมาป่า หนึ่งแกะ และหนึ่งสุนัข!
แผ่นดิน หมายถึงกฎเกณฑ์! ขีดแผ่นดินเป็นคุก
หมาป่าคือภัยคุกคาม ใช้บอกฝูงแกะว่าอย่าวิ่งเพ่นพ่าน หากอยู่ในเขตที่กำหนดไว้ให้ พวกมันก็จะไม่ถูกหมาป่ากิน
แกะนั้นหมายถึงจ่าฝูง ยามต้อนแกะ ขอเพียงควบคุมจ่าฝูงตัวนี้ไว้ได้ ฝูงแกะก็จะไม่พลัดหลง
สุนัขช่วยไล่ต้อนฝูงแกะ และไล่แกะที่ไม่เชื่อฟังกลับเข้าไปในฝูง
เมื่อได้ฟังคำของฮ่องเต้เหวิน อวิ๋นเจิงก็พลันกระจ่างแจ้ง
ไม่ต้องสงสัยเลย จางหวยก็คือจ่าฝูงตัวนั้น
ไม่ว่าอดีตฮ่องเต้หรือเสด็จพ่อ ล้วนต้องอาศัยจ่าฝูงตัวนี้ควบคุมฝูงแกะ
ผ่านไปครู่ใหญ่ อวิ๋นเจิงจึงเอ่ยถามอีกครั้งว่า “เสด็จพ่อคงไม่ได้คิดจะส่งเกาซื่อเจินมาให้ลูกเป็นจ่าฝูงกระมัง?”
“เจ้าคิดว่าเกาซื่อเจินมีความสามารถพอจะเป็นจ่าฝูงหรือ?”
ฮ่องเต้เหวินเผยรอยยิ้มดูแคลน ก่อนตรัสอย่างมีนัยว่า “จ่าฝูงใช่ว่าใครจะเป็นได้!”
เป็นเช่นนี้เองหรือ?
อวิ๋นเจิงลอบครุ่นคิด
แท้จริงแล้ว เกาซื่อเจินไม่มีความสามารถจะเป็นจ่าฝูง
หากให้เกาซื่อเจินเป็นจ่าฝูง ฝูงแกะคงไม่พลัดหลงก็จริง แต่จะได้แต่เดินวนอยู่กับที่
เห็นอวิ๋นเจิงยังไม่เข้าใจ ฮ่องเต้เหวินจึงอดเอ่ยเตือนไม่ได้ “เกาซื่อเจินมีไว้ให้ดู มิใช่ให้เจ้านำมาใช้งาน! อย่างเช่นเจียเหยา เจ้ากับเจียเหยามีการแต่งเชื่อมสัมพันธ์ เพื่อให้นางให้กำเนิดบุตรแก่เจ้าหรือ?”
นี่ต่างหากคือสิ่งที่ทำให้ฮ่องเต้เหวินผิดหวัง
อวิ๋นเจิงกับเจียเหยามีการแต่งเชื่อมสัมพันธ์แล้ว เขาสมควรเข้าใจหลักการนี้จึงจะถูก
แต่เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นเจิงยังไม่เข้าใจเจตนาของเขา
“เสด็จพ่อทรงหมายให้ลูกสยบลาแก่ตัวอย่างเกาซื่อเจิน เพื่อสร้างบารมีในหมู่ตระกูลบัณฑิตหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
