วันรุ่งขึ้น อวิ๋นเจิงไม่ได้ไปกองทัพเสินอู่
ฟ้ายังไม่ทันสาง คนจากวังก็มาถึงแล้ว
เหลือเวลาอีกเพียงสามวันก็จะถึงกำหนดอภิเษกของเขากับเสิ่นลั่วเยี่ยน
ตามธรรมเนียมของราชวงศ์ต้าเฉียน ก่อนอภิเษกสมรส เหล่าองค์ชายต้องไปคารวะบรรพชน ณ ศาลบรรพชนหลวง นอกจากเพื่อแจ้งข่าวแก่ดวงวิญญาณของบรรพชนแล้ว ยังเป็นการขอพรให้มีบุตรหลานสืบสกุลรุ่งเรือง
อวิ๋นเจิงนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับหุ่นไม้ ปล่อยให้คนจากวังจับแต่งตัวตามใจ
เมื่อมองตนเองในกระจกทองแดง ซึ่งถูกแต่งเสียจนงดงามฉูดฉาด อวิ๋นเจิงกลับขบคิดอย่างหนักถึงวิธีผลิตกระจกแก้ว
น่าเสียดายที่เขาคิดออกเพียงคร่าว ๆ
ส่วนสูตรอย่างละเอียดนั้น เขานึกไม่ออกจริง ๆ
บัดซบเอ๊ย! หากรู้แต่แรกว่าจะทะลุมิติมา คงดีไม่น้อย!
เกือบครึ่งชั่วยามให้หลัง ในที่สุดอวิ๋นเจิงก็แต่งตัวเสร็จ
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทะลุมิติมาที่เขาสวมชุดพิธีการเต็มยศ
หรูหรานั้นหรูหราจริง
แต่น่าเกลียดก็น่าเกลียดจริง!
อวิ๋นเจิงลอบตำหนิชุดที่สวมอยู่ในใจ
หลังรับประทานอาหารเช้าอย่างง่าย ๆ อวิ๋นเจิงก็ถูกพาไปยังศาลบรรพชนหลวง
ระหว่างทาง คนจากวังยังบอกเขาว่า หลังคารวะศาลบรรพชนหลวงแล้ว กรมพิธีการจะจัดคนมาชี้แจงขั้นตอนพิธีอภิเษกทั้งหมดแก่เขากับเสิ่นลั่วเยี่ยน
พิธีอภิเษกขององค์ชายนั้นมีขั้นตอนซับซ้อนและพิถีพิถันยิ่ง ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามธรรมเนียมอย่างเคร่งครัด ห้ามเกิดข้อผิดพลาด
อวิ๋นเจิงคาดว่า พอจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จ วันทั้งวันคงหมดไปเป็นแน่
เฮ้อ!
จะทำให้ยุ่งยากเช่นนี้ไปเพื่ออะไร!
สิ้นเปลืองแรงงานและทรัพย์สินโดยแท้!
หากนำเงินก้อนนี้มาให้เขา มิสู้ดีกว่าหรือ?
