เมื่อเผชิญกับคำถามชวนเอาชีวิตของฮ่องเต้เหวิน อวิ๋นเจิงก็จมอยู่ในห้วงความคิดเช่นกัน
ตาเฒ่านี่ เหตุใดจึงคอยขุดหลุมพรางให้บุตรชายอยู่เรื่อย!
คำถามนี้ควรตอบเช่นไรดี?
พระองค์ถึงกับตรัสใบ้คำตอบให้เขาแล้ว!
หากเขาบอกว่าเชื่อใจพี่สามอย่างไม่มีเงื่อนไข ฟังอย่างไรก็เหลวไหลทั้งนั้น!
แต่ถ้าบอกว่าไม่ไว้ใจพี่สาม ก็เท่ากับบอกฮ่องเต้เหวินว่าเขาเพียงแสร้งทำเป็นคืนดีกับพี่สาม ในใจยังคงผูกใจเจ็บอยู่อีกมิใช่หรือ?
ตอบอย่างไรก็ดูจะไม่เข้าทีสักทาง
อวิ๋นเจิงปวดหัวอยู่เงียบ ๆ คิดไปคิดมา จู่ ๆ ก็ฉีกยิ้ม “เสด็จพ่อ ไม่แน่ว่าลูกอาจมีชีวิตไม่ถึงวันนั้นด้วยซ้ำ ลูกจะคิดเรื่องพวกนี้ไปไยพ่ะย่ะค่ะ?”
“เจ้า...”
ฮ่องเต้เหวินชะงักไปเล็กน้อย แขนขยับยุกยิก
ดูท่ากำลังชั่งใจว่าจะตบอวิ๋นเจิงสักสองฉาดดีหรือไม่
“ข้าคงถูกพวกเจ้าตัวบัดซบนี่ทำให้โกรธตายเข้าสักวัน!”
ฮ่องเต้เหวินถลึงตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ สุดท้ายก็ยังข่มกลั้นความคิดที่จะตบเขาไว้ได้
“เสด็จพ่อโปรดระงับโทสะพ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นเจิงรีบลุกขึ้น ทำท่าทางหวาดหวั่น
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของอวิ๋นเจิง ฮ่องเต้เหวินก็อดปวดหัวอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้
ช่วงนี้พระองค์พอพระทัยกับผลงานของอวิ๋นเจิงอยู่ไม่น้อย
หากอวิ๋นเจิงมีรากฐานมั่นคงเพียงพอ พระองค์ก็อยากแต่งตั้งเขาเป็นรัชทายาท
เรื่องแต่งตั้งรัชทายาท พระองค์เคยถามฉินลิ่วก่านแล้วเช่นกัน
ฉินลิ่วก่านเองก็เห็นว่าอวิ๋นเจิงไม่เลว ทว่าก็รู้ว่าอวิ๋นเจิงไม่อาจเป็นรัชทายาทได้
หากอวิ๋นเจิงได้เป็นรัชทายาท ต้าเฉียนคงตกอยู่ในความวุ่นวายภายในเป็นแน่!
พระองค์เป็นบิดาผู้หนึ่ง แต่เหนือสิ่งอื่นใด พระองค์คือฮ่องเต้
