ราชสำนักมีคำวินิจฉัยลงมาอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่กี่วัน อวิ๋นเจิงก็ได้รับคำวินิจฉัยจากราชสำนัก
ราชสำนักอนุญาตให้เขาดำเนินนโยบายเก็บภาษีที่ดินแทนการเก็บภาษีรายหัวในฟู่โจว เพื่อใช้เป็นพื้นที่ทดลองการปฏิรูประบบภาษีของต้าเฉียน
เมื่อได้รับคำวินิจฉัยจากราชสำนัก อวิ๋นเจิงก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา
ราชสำนักยังไม่กล้าทำตามจริง ๆ ด้วย!
เฮ้อ พี่สามช่างไร้ความกล้า!
ในเมื่ออย่างไรก็ต้องบั่นทอนอำนาจตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่ทั้งนั้น ลงมือควบคู่กันไปไม่ดีกว่าหรือ?
เขามิใช่กำลังขาดแคลนเงินอยู่หรือ?
หากบีบให้ตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่เหล่านั้นกระโดดโลดเต้นจนออกมาขู่เข็ญราชสำนัก มิใช่เปิดโอกาสให้เขายึดทรัพย์นำเงินเข้าคลังหรอกหรือ?
ไม่ช้าก็เร็ว นโยบายเก็บภาษีที่ดินแทนการเก็บภาษีรายหัวต้องแพร่ไปทั่วต้าเฉียน
วันนี้พี่สามเฉือนที พรุ่งนี้เฉือนอีกที แท้จริงแล้วก็แค่จงใจยั่วโมโหตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่เท่านั้น
หลังจากบ่นอยู่ในใจครู่หนึ่ง อวิ๋นเจิงก็เรียกทัวฮวนกับจี้หร่านเข้ามาทันที แล้วสั่งว่า “ทำตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้ สั่งการให้ทุกจวิ้นและอำเภอจัดคนไปชี้แจงระบบภาษีใหม่แก่ชาวบ้าน และเริ่มรังวัดที่ดินพร้อมจดทะเบียนโดยทันที!”
จี้หร่านรู้สึกหนักใจอยู่บ้าง จึงกล่าวอย่างกังวลว่า “หากส่งคำสั่งจากที่ว่าการมณฑลลงไป ขุนนางเบื้องล่างส่วนใหญ่คงทำเพียงขอไปที มิหนำซ้ำยังอาจเกียจคร้านไม่ยอมทำงาน อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็มีคนลาออกจากตำแหน่งไปไม่น้อย...”
“จะกลัวอันใด?”
อวิ๋นเจิงตัดบทจี้หร่าน “ฟ้าถล่มลงมา ก็ยังมีเปิ่นหวังอยู่ที่นี่มิใช่หรือ? จริงสิ พรุ่งนี้ก็ถึงกำหนดสุดท้ายที่เปิ่นหวังกำหนดไว้แล้ว ขุนนางที่ลาออกเหล่านั้นมาถึงจิงหยางกันครบแล้วหรือยัง?”
