วันรุ่งขึ้น ณ ท้องพระโรง
นับตั้งแต่ประกาศให้อวิ๋นลี่สำเร็จราชการแทน ฮ่องเต้เหวินก็เพิ่งเสด็จกลับมาประทับบนบัลลังก์มังกรเป็นครั้งแรก
ผู้ที่ประทับอยู่ข้างพระองค์คือรัชทายาทอวิ๋นลี่
เมื่อเห็นฮ่องเต้เหวินเสด็จกลับมาประทับบนบัลลังก์มังกรอย่างกะทันหัน เหล่าขุนนางต่างสัมผัสได้ถึงบรรยากาศผิดปกติ
วันนี้ในท้องพระโรง เกรงว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเป็นแน่!
การประชุมขุนนางในท้องพระโรงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
วันนี้นับว่าพิเศษยิ่ง ฮ่องเต้เหวินมิได้ให้ผู้ใดอ่านฎีกา หากแต่ส่งสายตาให้อวิ๋นลี่
อวิ๋นลี่ลอบกลัดกลุ้มอยู่ในใจ พลางถือฎีกาที่อวิ๋นเจิงส่งคนมามอบให้ แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน “นี่คือฎีกาที่น้องหกของข้าส่งคนมามอบให้ บัดนี้ข้าจะอ่านให้ใต้เท้าทุกท่านฟัง...”
กล่าวจบ อวิ๋นลี่ก็เริ่มอ่านอย่างช้า ๆ
เนื้อหาในฎีกาที่อวิ๋นลี่อ่านออกมายิ่งมาก สีหน้าของเหล่าขุนนางก็ยิ่งแปรเปลี่ยนไป
ในชั่วขณะนี้ ทุกคนต่างเข้าใจแล้วว่าเหตุใดฮ่องเต้เหวินจึงเสด็จกลับมาประทับบนบัลลังก์มังกร
กล่าวให้ชัด ฮ่องเต้เหวินเสด็จมาเพื่อช่วยอวิ๋นลี่คุมสถานการณ์ในท้องพระโรงวันนี้ ไม่ต้องการให้เหล่าขุนนางทะเลาะกันรุนแรงเกินไป
นโยบายเก็บภาษีที่ดินแทนการเก็บภาษีรายหัว!
อวิ๋นเจิงนี่ช่างเห็นว่าราชสำนักยังวุ่นวายไม่พอจริง ๆ!
เมื่ออ่านจบ อวิ๋นลี่ก็หันไปมองเหล่าขุนนางด้วยสีหน้าปวดหัว “ใต้เท้าทุกท่านจงแสดงความคิดเห็นเถิด! สรุปแล้วราชสำนักควรอนุญาตให้เหล่าลิ่วดำเนินนโยบายเก็บภาษีที่ดินแทนการเก็บภาษีรายหัวในฟู่โจวหรือไม่ ราชสำนักควรดำเนินระบบภาษีแบบใหม่ตามไปด้วยหรือไม่?”
คำถามของอวิ๋นลี่เรียบง่ายยิ่ง
ทว่าสำหรับเหล่าขุนนางในท้องพระโรงแล้ว กลับเป็นเรื่องชวนปวดเศียรเวียนเกล้า
ผู้มีสติปัญญาสักหน่อยย่อมรู้ว่านโยบายเก็บภาษีที่ดินแทนการเก็บภาษีรายหัวเป็นเรื่องดีที่เป็นประโยชน์ต่อแว่นแคว้นและราษฎรอย่างแน่นอน
