สามวันต่อมา กำลังพลและเสบียงสัมภาระทั้งหมดของค่ายใหญ่หลูหลินก็เคลื่อนย้ายเสร็จสิ้น
นอกจากค่ายใหญ่ที่ว่างเปล่าแล้ว ก็ไม่เหลือสิ่งใดไว้เลย
ทหารหนึ่งหมื่นห้าพันนายย้ายเข้าไปประจำในตำบลปาต้งทั้งหมด และเริ่มทำไร่นาหลวงในพื้นที่นั้นทันที หลี่ซิ่วได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่ ทั้งยังคัดเลือกแม่ทัพที่ยอมสวามิภักดิ์มาสองคนให้ดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพและแม่ทัพผู้ช่วย
กองกำลังของฟู่โจวทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของชวีจื้อกับเว่ยอวี๋
อวิ๋นถิงเองก็ต้องอยู่ที่ตำบลปาต้งก่อน รอให้ได้พบหน้าครอบครัวแล้วจึงเดินทางไปซู่ฉวี
วันถัดมา อวิ๋นเจิงก็พาคนออกจากตำบลปาต้ง
หลังไปพบเย่จื่อกับเสิ่นลั่วเยี่ยนที่จิงหยางแล้ว พวกเขาก็ออกเดินทางกลับซั่วเป่ย
หลายวันต่อมา พวกเขากำลังจะถึงจวิ้นซื่อฟาง
อวิ๋นเจิงมีจวนอ๋องอยู่ที่จวิ้นซื่อฟางด้วย
ก่อนหน้านี้ตอนเดินทางมาฟู่โจว พวกเขาไม่ได้แวะพักที่จวนอ๋อง ครานี้เมื่อจะออกเดินทาง เสิ่นลั่วเยี่ยนกับเย่จื่อต่างตั้งใจจะแวะพักที่จวนสักสองสามวัน ทว่าอวิ๋นเจิงกลับห้ามไว้
“นี่เจ้าคิดจะผ่านหน้าประตูบ้านตัวเองโดยไม่ยอมเข้าไปหรือ?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนเอ่ยหยอกอวิ๋นเจิงอย่างไม่เข้าใจ
แม้จวนอ๋องในจวิ้นซื่อฟางจะมีคนอยู่ไม่มาก แต่ก็ยังมีบ่าวรับใช้บางส่วนคอยดูแล
พวกเขาเดินทางไปฟู่โจวและกลับผ่านจวิ้นซื่อฟางทั้งสองครั้ง แต่กลับไม่แวะไปดูจวนอ๋องเลยสักหน ย่อมฟังดูไม่เข้าทีอยู่บ้าง!
อย่างน้อยพวกเขาก็ควรได้รู้ว่าจวนอ๋องยามนี้มีสภาพเป็นเช่นไร!
อวิ๋นเจิงส่ายหน้าแล้วยิ้ม ก่อนถามว่า “พวกเจ้าลืมอวี๋ฝูไปแล้วหรือ?”
