“ไม่มีเรื่องเช่นนั้นเสียหน่อย”
อวิ๋นเจิงปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด แล้วเหลือบมองเย่จื่ออย่างจนคำพูด
พี่สาว ท่านเอาจริงหรือเนี่ย!
“พวกท่านคุยกันเถิด ข้าขอตัวไปจัดการธุระก่อน”
เย่จื่อยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนผละจากไปอย่างเด็ดขาด
มุมปากอวิ๋นเจิงกระตุกเล็กน้อย ในใจมีแต่ความคิดชั่วร้าย
รอออกจากเมืองหลวงก่อนเถิด ดูสิว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร!
“ยังกล้าพูดว่าไม่มีอีกหรือ?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนแค่นเสียง “หรือพี่สะใภ้ข้าจะหลอกข้า?”
“พี่สะใภ้ต้องเข้าใจผิดแน่” อวิ๋นเจิงแก้ตัว “เจ้าเองก็รู้ว่าช่วงนี้ข้าแทบถูกงานเล่นงานจนคลั่งแล้ว ยังจะมีแก่ใจไปกลั่นแกล้งพี่สะใภ้ได้อย่างไร!”
“ยังกล้าแก้ตัวอีกหรือ?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนถลึงตาใส่อวิ๋นเจิงอย่างดุดัน
อวิ๋นเจิงพูดไม่ออก ได้แต่กล่าวอย่างขมขื่นว่า “ข้าถามหน่อยเถิด พี่สะใภ้พูดอะไรกับเจ้ากันแน่? เจ้ากล่าวหาว่าข้ารังแกนาง อย่างน้อยก็ควรบอกเหตุผลมาสักข้อกระมัง?”
บัดซบ!
สู้แม่สาวคนนี้ไม่ได้เสียด้วย!
ต่อให้ระดมองครักษ์ทั้งจวนก็ยังเอาชนะนางไม่ได้!
ช่างอยากพบยอดฝีมือสักคน มาช่วยทะลวงเส้นลมปราณให้ตน แล้วกลายเป็นยอดฝีมือไร้เทียมทานในชั่วข้ามคืนเสียจริง
หากสู้ชนะนางได้ จะต้องตีก้นนางให้หนักสักครา!
อำนาจสามีต้องผงาด!
เสิ่นลั่วเยี่ยนกล่าวอย่างดุดันว่า “พี่สะใภ้บอกว่าเจ้ามอบงานทุกอย่างให้นางทำ นางเหนื่อยจนแทบกระอักเลือดแล้ว!”
แค่นี้เองหรือ?
อวิ๋นเจิงหน้าดำคร่ำเครียด
เห็นแม่สาวคนนี้ดุดันเช่นนั้น เขายังนึกว่าเย่จื่อเล่าเรื่องอะไรให้ฟังเสียอีก!
นี่เรียกว่ารังแกรึ?
