ท้ายที่สุด ฮ่องเต้เหวินก็ตรัสห้ามฉินลิ่วก่าน
สวีฉือฝู่ถูกฉินลิ่วก่านหยามเกียรติต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ จึงโกรธจนตัวสั่นระริก ทว่าเขากลับทำอะไรเจ้าคนพาลเฒ่านี่ไม่ได้เลย
หากยื่นฎีกากล่าวโทษ อย่างมากก็แค่ถูกตัดเบี้ยหวัด
เบี้ยหวัดของเจ้าคนพาลเฒ่าผู้นี้ถูกตัดไปจนถึงอีกร้อยปีข้างหน้าแล้ว!
ต่อให้ตัดเบี้ยหวัดเขาเพิ่มอีกหลายสิบปีจะมีประโยชน์อันใด!
เมื่อเจ้าคนพาลเฒ่ามาถึง ฝ่ายที่สนับสนุนการเจรจาสงบศึกก็พลันเสียขวัญลงทันที แทบไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากอีก
เห็นทุกคนถูกฉินลิ่วก่านข่มขวัญจนเงียบงัน จางหวยจึงทูลทัดทานอีกครั้งว่า “ฝ่าบาท ยามนี้ยังทำศึกไม่ได้จริง ๆ!”
“รอให้ถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า อากาศอบอุ่นแล้วค่อยทำศึก!”
“ถึงเวลานั้น กรมโยธาก็จะเร่งผลิตอาวุธยอดเยี่ยมจากเหล็กกล้าลายได้มากขึ้น!”
“ฤดูใบไม้ผลิปีหน้า กระหม่อมก็ยินดีเดินทางไปซั่วเป่ย ต่อให้ต้องตายที่ซั่วเป่ยก็ไม่เสียดาย...”
จางหวยร้อนใจจนกระทืบเท้า พร่ำทูลทัดทานไม่หยุด
เขาไม่ได้กลัวตาย!
แต่ยามนี้ไม่เหมาะจะเปิดศึกกับเป่ยหวนจริง ๆ
“ฝ่าบาท คำกล่าวของผู้อาวุโสจางมีเหตุผลพ่ะย่ะค่ะ”
ซ่งปี้เซียน เสนาบดีกรมโยธาเอ่ยขึ้นตาม “กระหม่อมขอพระราชทานเวลาอีกครึ่งปี! กระหม่อมจะรับสมัครช่างฝีมือทั่วแคว้น เพื่อหลอมสร้างอาวุธยอดเยี่ยมให้ราชสำนักมากขึ้น รอถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าแล้วค่อยบุกทำลายเป่ยหวนให้สิ้น!”
“ถุย! เหลวไหล!”
หนวดเคราบนใบหน้าดกครึ้มของฉินลิ่วก่านสั่นระริก เขาตะโกนเสียงดังจนละอองน้ำลายกระเซ็น “หากไม่มีอาวุธยอดเยี่ยมเหล่านั้น ก็จะไม่ทำศึกหรือ? รอถึงปีหน้า วิกฤตขาดแคลนเสบียงของเป่ยหวนก็คลี่คลายหมดแล้ว ถึงเวลานั้นค่อยทำศึกกับเป่ยหวน ฝ่ายที่เสียเปรียบก็ยังเป็นพวกเรา!”
