“องค์ชายหก อย่าได้เศร้าไปเลย ข้าจะเล่าเรื่องน่ายินดีให้ฟัง”
ก่อนเริ่มงานเลี้ยง จางซวีดึงอวิ๋นเจิงไปคุยด้านข้างอีกครั้ง
ข้าไม่ได้เศร้าเสียหน่อย!
อวิ๋นเจิงได้แต่จนใจอยู่ในใจ ก่อนจะถามว่า “เจ้าได้กำไรมหาศาลมาใช่หรือไม่?”
“องค์ชายทรงพระปรีชายิ่งนัก!”
จางซวีประจบคำหนึ่ง พลางขยิบตาแล้วกล่าวว่า “องค์ชาย ครานี้พวกเราร่ำรวยกันจริง ๆ แล้ว...”
กล่าวจบ จางซวีก็เริ่มรายงานผลให้อวิ๋นเจิงฟัง
เขาตกลงกับพ่อค้าสองสามคนที่รู้จักกันเรียบร้อยแล้ว
ต่อไปเขาจะเป็นผู้จัดหาสินค้าให้พ่อค้าเหล่านั้น ส่วนพวกพ่อค้ารับหน้าที่จำหน่าย
ไม่เพียงสบู่หอม แต่ยังรวมถึงของเล่นที่พวกเขาประดิษฐ์ขึ้นด้วย
แน่นอนว่า สิ่งที่พ่อค้าเหล่านั้นให้ความสำคัญที่สุดยังคงเป็นสบู่หอม
คนค้าขายย่อมมองเห็นมูลค่ามหาศาลของสบู่หอมได้
ทว่าพ่อค้าเหล่านั้นทำสบู่หอมไม่เป็น จึงทำได้เพียงรับสินค้าจากจางซวี
จางซวีนับว่าใจดำไม่น้อย สบู่หอมก้อนหนึ่งมีขนาดเพียงฝ่ามือ แต่ราคาส่งจากเขาก็ตกก้อนละห้าตำลึงเงินแล้ว!
หากนำไปขาย ราคาย่อมสูงกว่านี้!
จางซวีบอกว่า สบู่หอมชนิดนี้เดิมทีก็ไม่ใช่ของที่ชาวบ้านสามัญจะซื้อหามาใช้ได้
สบู่หอมก้อนละห้าตำลึงเงินหรือสิบตำลึงเงิน ย่อมไม่ส่งผลอันใดต่อชาวบ้านสามัญ
สำหรับชาวบ้านทั่วไป หากต้องจ่ายเงินก้อนโตซื้อสบู่หอมมาอาบน้ำ สู้ใช้น้ำร้อนแช่นานขึ้นอีกหน่อยแล้วขัดถูให้มากขึ้นยังจะดีกว่า
เพื่อให้ได้สินค้าจากจางซวีก่อน พ่อค้าเหล่านั้นรวบรวมเงินจากทางโน้นทางนี้ บางคนถึงกับยอมขายทรัพย์สินในครอบครัว แต่ละคนจ่ายเงินล่วงหน้าให้จางซวีสองถึงสามแสนตำลึงเงิน
ยามนี้จางซวีมีเงินอยู่ในมือเกือบหนึ่งล้านตำลึงเงินแล้ว!
