เมื่อกลับถึงกองรักษาการณ์จิ้งอัน อวิ๋นเจิงก็สั่งให้กองทัพเริ่มเตรียมการเข้าประจำการที่กู้เปียน
ครานี้พวกเขาจะไม่ทำผิดพลาดเช่นก่อนอีก
การเข้าประจำการที่กู้เปียนต้องรอเสบียงชุดถัดไปมาถึง แล้วให้กองทัพหลายหมื่นนายนี้คุ้มกันเสบียงเข้าไปด้วยตนเอง
อีกทั้งวัสดุสำหรับซ่อมกำแพงเมือง แม้แต่ถ่านไม้ก็ต้องเตรียมให้เพียงพอ
เขาไม่อยากตกอยู่ในสภาพอันอับจนเช่นคราวก่อน ที่แม้จะฆ่าม้าศึกมาเติมเสบียง ก็ยังไม่มีสิ่งใดใช้ต้มเนื้อให้สุก
ระหว่างที่กองทัพเตรียมการเข้าประจำการที่กู้เปียน อวิ๋นเจิงก็มีเวลาพบฮั่วกู้กับรองแม่ทัพของเขาเสียที
เมื่อได้พบอวิ๋นเจิงอีกครั้ง ฮั่วกู้ก็ประหม่าเสียยิ่งกว่าคราก่อน
บัดนี้อวิ๋นเจิงกุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายของเขาไว้ในมือแล้ว!
แม้เขาจะช่วยอวิ๋นเจิงจับเว่ยเหวินจงได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าอวิ๋นเจิงจะผูกใจเจ็บหรือไม่
“แม่ทัพฮั่ว เราไม่ได้พบกันเสียนาน”
อวิ๋นเจิงเหลือบมองฮั่วกู้ ใบหน้าประดับรอยยิ้มบาง
“ขอรับ...”
ฮั่วกู้มองอวิ๋นเจิงอย่างระมัดระวัง “ครั้งนั้นที่ซั่วฟาง ข้าน้อยก็...”
“พอแล้ว พอแล้ว!”
อวิ๋นเจิงขัดคำพูดของฮั่วกู้ “ในฐานะแม่ทัพ เจ้าไม่ได้ทำผิดอันใดในครานั้น เพียงแต่ไม่รู้จักดูสถานการณ์ให้เหมาะสมเท่านั้น วันนี้เปิ่นหวังไม่ได้มาคิดบัญชีกับพวกเจ้า แค่อยากถามสักเรื่อง”
ไม่คิดบัญชีก็ดีแล้ว!
ฮั่วกู้คลายใจลงเล็กน้อย ก่อนกล่าวอย่างระมัดระวังว่า “ท่านอ๋องโปรดถาม”
อวิ๋นเจิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “เหตุใดพวกเจ้าจึงจับเว่ยเหวินจง?”
เมื่อเผชิญกับคำถามของอวิ๋นเจิง ทั้งสองก็ใจหายวาบ
