อวิ๋นเจิงกำลังจะเอ่ยถาม เกาเหอก็ควบม้ามารายงานว่า “ท่านอ๋อง ทหารเบื้องหน้าต้องการตรวจสัมภาระที่พวกเรานำมาด้วย ตู้กุยหยวนกับพวกไม่ยินยอม จึงเกิดปะทะกับทหารที่หน้าด่านเล็กน้อย”
ตรวจสัมภาระหรือ?
หัวใจเสิ่นลั่วเยี่ยนพลันกระตุกวูบ
บัดนี้นางรู้แล้วว่าในโลงศพเหล่านั้นล้วนบรรจุทองคำเงินคำ!
หากถูกตรวจพบเข้า ไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องยุ่งยากเพียงใด!
อวิ๋นเจิงขมวดคิ้วเล็กน้อย มองเว่ยซั่วด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “แม่ทัพเว่ย แม้แต่เปิ่นหวังก็ต้องถูกตรวจด้วยหรือ?”
“ขอท่านอ๋องโปรดทรงวินิจฉัย!” เว่ยซั่วแย้มยิ้ม “มิใช่ว่าข้าน้อยจงใจหาเรื่อง แต่ราชสำนักมีกฎเกณฑ์ ผู้ที่เข้าออกด่านเป่ยลู่ล้วนต้องถูกตรวจอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไส้ศึกเป่ยหวนคิดการไม่ซื่อ!”
“ไส้ศึกเป่ยหวน?”
อวิ๋นเจิงเลิกคิ้ว “แม่ทัพเว่ยคงมิได้คิดว่าคนของเปิ่นหวังมีไส้ศึกเป่ยหวนอยู่กระมัง?”
“ข้าน้อยมิกล้า!”
เว่ยซั่วประสานมือกล่าว “ข้าน้อยเพียงปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ขอท่านอ๋องอย่าทำให้ข้าน้อยลำบากใจเลย!”
เว่ยซั่วไม่แสดงท่าทีหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
เดิมทีเขาก็ปฏิบัติตามกฎของราชสำนัก
ต่อให้อวิ๋นเจิงไม่พอใจ ก็กล่าวอะไรไม่ได้
แม้เรื่องจะไปถึงเบื้องพระพักตร์ ฝ่าบาทก็ไม่ตำหนิเขาสักคำ
เสิ่นลั่วเยี่ยนขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งขรึม “แม่ทัพเว่ย ราชสำนักสั่งให้พวกเจ้าตรวจผู้เข้าออกด่านเป่ยลู่อย่างเข้มงวด ก็เพื่อค้นหาไส้ศึกที่ซุกซ่อนอาวุธไว้หมายโจมตีจุดสำคัญของด่านเป่ยลู่ อาวุธของพวกเราอยู่กับตัวทั้งสิ้น เจ้าจะตรวจอะไร? หรือจะให้คนมาค้นตัวพระชายาเช่นข้าด้วย?”
