หลังผ่านด่านเป่ยลู่มาได้อย่างราบรื่น คณะเดินทางก็เริ่มมุ่งหน้าไปยังเมืองติ้งเป่ย ซึ่งเป็นที่บัญชาการของเว่ยเหวินจง
เมื่อผ่านด่านเป่ยลู่มา อากาศก็เริ่มหนาวเย็นลง
ยังดีที่ซั่วเป่ยยังไม่เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ มิฉะนั้น สิ่งที่พวกเขาเห็นคงเป็นโลกที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะ
แต่ดูจากสถานการณ์ในยามนี้ อีกประมาณครึ่งเดือน ซั่วเป่ยคงต้อนรับหิมะแรกของฤดูหนาวนี้แล้ว
ซั่วเป่ยมีอาณาเขตกว้างใหญ่
แม้ซั่วเป่ยจะเป็นเพียงหนึ่งแคว้น แต่พื้นที่จริงกลับใหญ่เกือบเท่าสองแคว้นด่านใน
ดังนั้น แม้พวกเขาจะมาถึงซั่วเป่ยแล้ว ก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะไปถึงเมืองติ้งเป่ย
ซั่วเป่ยรวมด่านเป่ยลู่ด้วยแล้ว มีเมืองทั้งหมดเก้าแห่ง
ส่วนเมืองติ้งเป่ยตั้งอยู่เกือบสุดแนวหน้าของซั่วเป่ย
เบื้องหน้าเมืองติ้งเป่ยคือกองรักษาการณ์สุยหนิงกับกองรักษาการณ์จิ้งอัน
เมืองทั้งสามตั้งขนาบกันเป็นรูปสามเหลี่ยม ประกอบกันเป็นแนวป้องกันชั้นแรกของซั่วเป่ย
กำลังทหารประจำการของเมืองทั้งสามรวมกัน อย่างไรก็มีเกินหนึ่งแสนนาย
กองรักษาการณ์สุยหนิงและกองรักษาการณ์จิ้งอันอยู่ห่างจากแม่น้ำไป๋สุ่ยยี่สิบลี้
พื้นที่ระหว่างป้อมทั้งสองกับแม่น้ำไป๋สุ่ยคือทุ่งรกร้างทางเหนือ ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่าเป่ยหยวน
ก่อนหน้านี้ กองคุ้มกันเสบียงของต้าเฉียนที่ถูกเป่ยหวนจู่โจม ก็ถูกโจมตีในเป่ยหยวนแห่งนี้
เดิมที อีกฝั่งของแม่น้ำไป๋สุ่ยยังมีเมืองชายแดนอยู่สามแห่ง
แต่ในการศึกเมื่อห้าปีก่อน ต้าเฉียนถูกบีบให้ยกดินแดนฝั่งตรงข้ามแม่น้ำไป๋สุ่ย เพื่อแลกกับการถอนทัพของเป่ยหวน เมืองชายแดนทั้งสามจึงตกเป็นสมบัติของเป่ยหวนไปโดยปริยาย
บัดนี้ เมืองชายแดนทั้งสามกลับกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เป่ยหวนกับต้าเฉียนใช้เผชิญหน้ากัน โดยมีแม่น้ำไป๋สุ่ยคั่นกลาง
