หลังจากใกล้ชิดกันเมื่อคืน ความสัมพันธ์ระหว่างอวิ๋นเจิงกับเสิ่นลั่วเยี่ยนก็รุดหน้าไปอีกก้าวใหญ่
อวิ๋นเจิงรู้สึกว่าตนเองใกล้จะสลัดคำว่า “หนุ่มพรหมจรรย์” ทิ้งได้แล้ว
ทว่ายามนี้เขาไม่มีแก่ใจคิดถึงเรื่องรักใคร่เหล่านั้น
พวกเขาล่าช้ามานานไม่น้อยแล้ว จำต้องเร่งเดินทางไปซั่วเป่ย
เมื่อออกเดินทางอีกครั้ง ฮูหยินเสิ่นกับเว่ยซวงต่างก็เปลี่ยนมาสวมชุดบุรุษ พวกนางปะปนเข้าไปในฝูงชน คนทั่วไปย่อมแยกเพศไม่ออก
อย่างไรเสียพวกเขาก็หลอกฮ่องเต้เหวินมา จึงไม่กล้าเที่ยวเตร่เอิกเกริก เกรงจะทำให้ผู้คนเกิดข้อสงสัยโดยไม่จำเป็น
หลังออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ซั่วเป่ยอีกครั้ง อวิ๋นเจิงก็ทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ โดยให้เสิ่นลั่วเยี่ยนนำกำลังส่วนหนึ่งออกไปกวาดล้างโจรผู้ร้ายก่อนพวกเขา
หลังได้รับบทเรียนจากการถูกเมี่ยวอินลอบเล่นงานก่อนหน้านี้ เสิ่นลั่วเยี่ยนก็ระมัดระวังตัวขึ้นมาก
หลายวันต่อจากนั้น ในที่สุดก็ไม่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก
แปดวันให้หลัง พวกเขาก็มองเห็นด่านเป่ยลู่ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาในที่สุด
ก่อนจะเดินทางถึงด่านเป่ยลู่ พวกเขาหาที่ทางจัดแจงให้คนสกุลเสิ่นพักพิงเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรซั่วเป่ยก็กำลังจะตกอยู่ในไฟสงคราม ให้เสิ่นเนี่ยนฉือเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ติดตามไปซั่วเป่ยย่อมไม่เหมาะจริง ๆ
คงต้องรอให้อวิ๋นเจิงตั้งหลักในซั่วเป่ยได้มั่นคง และช่วงชิงอำนาจบัญชาการทหารมาได้สำเร็จเสียก่อน จึงค่อยส่งคนไปรับพวกเขามาซั่วเป่ย
นับจากด่านเป่ยลู่เป็นต้นไป ก็ถือว่าเข้าสู่ซั่วเป่ยแล้ว
ด่านเป่ยลู่เป็นด่านปราการอันดับหนึ่งของต้าเฉียน ทั้งยังเป็นช่องเขาสำคัญที่สุดที่ใช้สกัดกองทหารม้าเหล็กเป่ยหวน
ตราบใดที่ด่านเป่ยลู่ไม่ถูกตีแตก กองทหารม้าเหล็กเป่ยหวนก็ไม่อาจบุกตะลุยเข้ามาถึงใจกลางต้าเฉียนได้
