คืนนั้น ทุ่งหญ้าจัดงานเลี้ยงรอบกองไฟอย่างยิ่งใหญ่
เหล่าหัวหน้าเผ่าต่าง ๆ แห่งเป่ยหวนและผู้คนจากเผ่ารอบข้างล้วนมาร่วมงานเลี้ยงรอบกองไฟอันครึกครื้นนี้
ภายในงาน ทุกคนขับร้องและร่ายรำ เสียงหัวเราะดังก้องต่อเนื่องไม่ขาดสาย
อวิ๋นเจิงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายหน้าทุ่งหญ้าแห่งนี้จะมีภาพเช่นนี้อยู่เสมอ
งานเลี้ยงดำเนินไปจนถึงกลางดึกจึงค่อย ๆ เลิกรา
หลังงานเลี้ยงสิ้นสุด เจียเหยาก็จูงอวิ๋นเจิงกลับไปยังกระโจมกษัตริย์
เมี่ยวอินกลับไปยังกระโจมของนางแล้ว
ภายในกระโจมกษัตริย์จึงเหลือเพียงอวิ๋นเจิงกับเจียเหยา
ทั้งสองมองกันด้วยความรักลึกซึ้ง แววตาราวกับจะหลอมละลายอีกฝ่าย
ในที่สุดอวิ๋นเจิงก็ไม่คิดรออีกต่อไป เขาดึงเจียเหยาเข้าสู่อ้อมแขน
ขณะที่กำลังจะจุมพิตริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของนาง เจียเหยากลับยกมือขึ้นกดริมฝีปากอวิ๋นเจิงไว้
อวิ๋นเจิงเห็นเช่นนั้น ก็อดมองเจียเหยาอย่างหงุดหงิดไม่ได้
อะไรกัน?
ถึงยามนี้แล้ว นางกลับเขินอายขึ้นมาเสียอย่างนั้นหรือ?
เห็นท่าทางของอวิ๋นเจิง เจียเหยาก็หัวเราะพรืด “เจ้าจะร้อนใจไปไย!”
อวิ๋นเจิงคว้ามือเจียเหยาไว้ พลางเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “เรื่องนี้ควรทำกันตั้งแต่สองปีก่อนแล้ว แต่กลับยืดมาจนถึงวันนี้ เจ้าว่าข้าจะไม่ร้อนใจได้หรือ?”
เจียเหยาหัวเราะอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะมองอวิ๋นเจิงด้วยแววตาหยาดเยิ้ม “เจ้าปรารถนาเรือนร่างข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“อืม”
อวิ๋นเจิงพยักหน้า “นิสัยชอบทรัพย์และใคร่ความงามของข้า คงแก้ไม่หายแล้ว ข้าก็ไม่คิดจะแก้ด้วย”
