ยามเช้า อวิ๋นเจิงเดินหลังค่อม ร่างกายอ่อนเปลี้ยออกจากกระโจมหลวง
ทันทีที่แหวกม่านกระโจมออก อวิ๋นเจิงก็ยืดหลังตรง สีหน้าสบายอารมณ์ในฉับพลัน
เมื่อเห็นท่าทางของอวิ๋นเจิง เจียเหยาที่นอนอยู่บนเตียงก็อดหัวเราะพรืดออกมาไม่ได้
“ซี๊ด…”
ชั่วพริบตาถัดมา เจียเหยาก็ได้รู้ซึ้งว่าความสุขสุดขีดกลับกลายเป็นความทุกข์ได้อย่างไร
ด้านนอกกระโจมหลวง อวิ๋นเจิงพบเมี่ยวอิน
“อ้าว ดูกระปรี้กระเปร่าดีนี่!”
เมี่ยวอินมองอวิ๋นเจิงด้วยสีหน้าขบขัน
“แน่นอน!”
อวิ๋นเจิงพยายามยืดอก ตบหน้าอกตนเอง “ร่างกายของเปิ่นหวังแข็งแรงยิ่ง…”
ยังไม่ทันที่อวิ๋นเจิงจะพูดจบ เมี่ยวอินก็ออกแรงดึงเบา ๆ
ช่วงล่างของอวิ๋นเจิงไร้เรี่ยวแรง ราวกับถูกองค์ชายปลิงทะเลเข้าสิง เมี่ยวอินดึงเพียงครั้งเดียว เขาก็เกือบล้มลงกับพื้น ยังดีที่นางประคองไว้ทัน
“ร่างกายของท่านไม่ไหวแล้วกระมัง!”
เมี่ยวอินมองอวิ๋นเจิงอย่างล้อเลียน ก่อนเบ้ปากแล้วแค่นเสียงเบา ๆ “ภายนอกแข็งแกร่ง ภายในกลวงโบ๋”
“ข้า…”
อวิ๋นเจิงแก้ตัวไม่ออก มองเมี่ยวอินอย่างกระดากใจ “ข้าขอพักสักหน่อย เจ้าไปดูเจียเหยาเถิด นางอาการหนักกว่าข้ามาก…”
ต่อไปนี้จะไม่เอ่ยล้อองค์ชายปลิงทะเลอีกแล้ว
มิเช่นนั้น หากวิญญาณแค้นขององค์ชายปลิงทะเลตามรังควาน ความสุขในชาติหน้าของตนคงพังพินาศ
“หึ ๆ ยามนี้รู้แล้วหรือว่าอาการหนัก?”
เมี่ยวอินแค่นเสียงเบา ๆ “พวกท่านสองคนเก่งกาจจริง ๆ ฟ้าสว่างแล้ว กระโจมหลวงยังสั่นไหวอยู่เลย ท่านก็ไม่ใช่เด็กหนุ่มเลือดร้อน เจียเหยาไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ แล้วท่านก็ไม่รู้หรือ?”
ยังดีที่กระโจมหลวงแข็งแรงพอ
