อีกสองวัน อวิ๋นเจิงก็ใกล้จะถึงเมืองหม่าอี้
เห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว อวิ๋นเจิงจึงตั้งใจพักแรมที่เมืองหม่าอี้คืนนี้
ผ่านเมืองหม่าอี้ไปก็จะถึงเมืองติ้งเป่ย
“รายงาน!”
ยามนั้น หน่วยลาดตระเวนที่ส่งออกไปควบม้าฝีเท้าเร็วกลับมาพร้อมกับชายสองคน
ไม่นาน หน่วยลาดตระเวนก็มาถึงเบื้องหน้าอวิ๋นเจิง “กราบทูลท่านอ๋อง ระหว่างที่ข้าน้อยเดินทางไปส่งข่าวที่หม่าอี้ ได้พบคนทั้งสอง พวกเขากล่าวว่ามาตามคำสั่งของแม่ทัพใหญ่เว่ย เพื่อแจ้งข่าวพ่ะย่ะค่ะ”
ระหว่างที่หน่วยลาดตระเวนกล่าว ชายทั้งสองก็ลงจากม้าแล้วคำนับอวิ๋นเจิง
“โอ้?”
อวิ๋นเจิงประหลาดใจเล็กน้อย “แม่ทัพใหญ่เว่ยให้พวกเจ้ามาแจ้งสิ่งใดแก่เปิ่นหวัง?”
คนหนึ่งรีบตอบว่า “แม่ทัพใหญ่ได้รับข่าวแล้วว่าท่านอ๋องมาถึงซั่วเป่ย จึงมีบัญชาให้พวกข้าน้อยมาแจ้งท่านอ๋องว่า บัดนี้แม่ทัพใหญ่อยู่ที่เมืองหม่าอี้ และจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับท่านอ๋องกับพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดียิ่ง!”
อวิ๋นเจิงหัวเราะเสียงดัง “พวกเจ้าจงกลับไปแจ้งแม่ทัพใหญ่เว่ยว่า เปิ่นหวังจะตามไปในไม่ช้า!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ทั้งสองพลิกกายขึ้นม้า แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นเจิงยกมุมปากขึ้น ก่อนนำคนทั้งหลายมุ่งหน้าไปยังเมืองหม่าอี้ทันที
ก็ดีเหมือนกัน!
ไม่ต้องเดินทางไปเมืองติ้งเป่ยเพื่อพบเว่ยเหวินจง ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาให้พวกเขาได้บ้าง
ดูท่าเว่ยเหวินจงคงไม่ยอมให้เขาบัญชาการทหารในสามเมืองเบื้องหน้าเป็นแน่
มิเช่นนั้น เว่ยเหวินจงคงไม่เดินทางมาจัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกเขาถึงเมืองหม่าอี้
ไม่นาน อวิ๋นเจิงก็นำคนทั้งหลายมาถึงเมืองหม่าอี้
เว่ยเหวินจงนำขุนนางและแม่ทัพทั้งเล็กใหญ่ในเมืองหม่าอี้มาต้อนรับอยู่นอกเมืองห่างออกไปสองลี้ นับว่าไว้หน้าอวิ๋นเจิงผู้เป็นอ๋องจิ้งเป่ยอยู่บ้าง
