เมื่อได้ยินเสียงโห่ร้องของเหล่าทาส อวิ๋นเจิงก็อดส่ายหน้าแล้วยิ้มไม่ได้
ให้ตายสิ ขยับปากก็ร้องว่าทรงพระเจริญหมื่นปีแล้วหรือ?
ยังดีที่ยามนี้ตนไม่ต้องกังวลเรื่องเช่นนี้
มิฉะนั้น แค่เสียงตะโกนโหวกเหวกคราวนี้ ก็คงถูกยัดข้อหาคิดก่อกบฏแล้ว
“คำพูดเหล่านี้ เจ้าเป็นคนสอนเซียวจี้อันหรือ?”
เมี่ยวอินถามอวิ๋นเจิงเสียงเบา
“ก็ประมาณนั้น!”
อวิ๋นเจิงยิ้ม “ข้าเพียงชี้แนะแนวทางให้เขาเล็กน้อย ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเขาเอง!”
“แล้วเจ้าคิดว่าเขาทำได้ดีเพียงใด?” เมี่ยวอินถามอีกครั้ง
“ก็ไม่เลว”
อวิ๋นเจิงยิ้มบาง “ถือว่าทำได้ตามมาตรฐาน ฟังดูเข้าท่าอยู่”
แท้จริงแล้วนับว่าทำได้ตามมาตรฐานเท่านั้น
แม้เซียวจี้อันจะปลุกความกระตือรือร้นของเหล่าทาสขึ้นมาได้ แต่อารมณ์ร่วมยังขาดไปอีกเล็กน้อย!
ขณะที่ทั้งสองกำลังกระซิบกัน เซียวจี้อันก็สังเกตเห็นพวกเขา
เซียวจี้อันรีบหยุดเหล่าทาสที่ยังคงโห่ร้องไม่หยุด ก่อนวิ่งมาหยุดตรงหน้าอวิ๋นเจิง “ท่านอ๋องจะตรัสกับพวกเขาสักสองสามคำหรือไม่?”
“ได้!”
อวิ๋นเจิงตอบรับอย่างไม่ลังเล จากนั้นก็เดินไปยังแท่นบัญชาการชั่วคราวอย่างรวดเร็ว
“พวกเจ้าอาจมีหลายคนที่ยังไม่รู้จักข้า ข้าคืออวิ๋นเจิง!”
อวิ๋นเจิงแนะนำตัวสั้น ๆ แล้วกล่าวเสียงดังว่า “คำพูดของแม่ทัพเซียว ก็คือคำพูดของข้า!”
“เห็นทุกคนฮึกเหิมถึงเพียงนี้ ข้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง!”
“แต่ในสนามรบ มิใช่เพียงมีขวัญกำลังใจฮึกเหิมแล้วจะเอาชนะได้!”
“ในสนามรบ ต้องแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา!”
