อวิ๋นลี่ล้มป่วยหนักเสียแล้ว!
คราวนี้อาการร้ายแรงกว่าครั้งไหน ๆ
พระชายารัชทายาทกับสตรีทั้งหลายภายในจวนรัชทายาทต่างร้องไห้จนแทบขาดใจ
เหล่าขุนนางรออยู่ด้านนอกห้องพักของอวิ๋นลี่ หลายคนทำอะไรไม่ถูก
ถังซู่สั่งคนปิดข่าวการล้มป่วยของอวิ๋นลี่ทันที พร้อมส่งคนควบม้าไปแจ้งข่าวแก่ฮ่องเต้เหวินซึ่งกำลังเสด็จกลับ
ส่วนเซียวว่านโฉวออกคำสั่งเกินขอบเขตอำนาจโดยตรง ให้กองรักษาพระนครทั้งหกเพิ่มการป้องกัน พร้อมปลดแม่ทัพของกองรักษาพระนครทั้งหกกว่าสิบคน แล้วเข้าควบคุมทหารรักษาพระองค์และกองทหารม้าองครักษ์ซ้ายและขวาด้วยตนเอง อีกทั้งยังสั่งให้เซวียเช่อรับหน้าที่บัญชาการกองทหารรักษาพระนครฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาที่คุ้มกันพระนครเป็นการชั่วคราว และให้สวีอวิ๋นกงเข้าควบคุมกองทัพเสินอู่
ยามนี้อวิ๋นลี่ป่วยหนัก ฮ่องเต้เหวินกับฮองเฮาสวีก็ยังอยู่ระหว่างเสด็จกลับ
กู้ซิวลนลานจนแทบพูดจาไม่รู้เรื่อง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตั้งสติรับมือ
ยามนี้พึ่งพาได้เพียงถังซู่กับเซียวว่านโฉว สองขุนนางผู้ช่วยราชการ
“ใต้เท้าถัง คราวนี้ควรทำอย่างไรดี?”
ซ่งปี้เซียนขยับเข้าไปใกล้ถังซู่ ใบหน้าเปี่ยมความกังวลขณะเอ่ยถาม
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?”
สีหน้าถังซู่ย่ำแย่ยิ่งนัก
ควรทำอย่างไรหรือ?
เขาเองก็อยากหาคนมาถามว่าควรทำอย่างไร!
ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้เขาก็ยังมึนงงไปหมด
กองทัพเรือทั้งสองแห่งพูดเสียสวยหรูว่าพวกตนมิได้ก่อกบฏ เพียงจะนำกำลังมุ่งหน้าไปซั่วเป่ย เพื่อขอให้องค์ชายที่หกนำพวกเขาออกศึกกับแคว้นอวี่ ล้างแค้นให้ชาวเมืองอวี้โจว
แต่สำหรับรัชทายาทและราชสำนัก เรื่องนี้มิใช่การก่อกบฏแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?
อวิ๋นลี่ทุ่มทั้งกำลังทรัพย์และแรงกายไปกับการสร้างกองทัพเรือมากเพียงใด พวกเขาย่อมรู้ดีที่สุด
