ฮ่องเต้เหวินคงอยู่ในเมืองหลวงมานานเกินไป
หรือไม่ก็อยากหยั่งเชิงดูทรัพย์สินของอวิ๋นเจิง
หลายวันต่อมา ฮ่องเต้เหวินให้อวิ๋นเจิงพาไปดูสถานที่ต่าง ๆ อีกหลายแห่ง
เย่จื่อกับเสิ่นลั่วเยี่ยนต่างตั้งครรภ์อยู่ ส่วนเมี่ยวอินก็ไม่ปรารถนาจะอยู่กับฮ่องเต้เหวินทั้งวัน พระองค์จึงให้อวิ๋นเจิงติดตามเพียงคนเดียว
ตลอดหลายวันนั้น ฮ่องเต้เหวินไปดูสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่เหมืองถ่านหิน โรงงานถ่านรังผึ้ง โรงงานปูนซีเมนต์ ไปจนถึงโรงเตาเผา
สิ่งเดียวที่น่ายินดีคือ ฮ่องเต้เหวินไม่ได้ไปดูโรงงานผลิตเกลือบริสุทธิ์
ไม่รู้ว่าฮ่องเต้เหวินจงใจหรือไม่ ครานี้พระองค์ไม่ได้ไปดูทัพซั่วเป่ย สถานที่ที่เสด็จไปล้วนเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของราษฎรเป็นหลัก
ท้ายที่สุด อวิ๋นเจิงก็ยังขัดขวางฮ่องเต้เหวินไม่ให้ไปชิงเปียนไม่ได้
อวิ๋นเจิงนำกองทหารองครักษ์ของตน ร่วมกับองครักษ์หน้าพระที่นั่งที่โจวไต้เป็นผู้นำ คอยติดตามฮ่องเต้เหวินมายังชิงเปียน
ระหว่างที่พวกเขามุ่งหน้าไปชิงเปียน หิมะก้อนใหญ่ก็เริ่มโปรยปรายลงมา
ฮ่องเต้เหวินยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนหอเมืองชิงเปียนอย่างไม่ไหวติง
มีหอเมืองบังอยู่ หิมะที่โปรยลงมาจากฟ้าจึงไม่ตกต้องพระวรกายของฮ่องเต้เหวิน
ทว่าลมหนาวพัดวูบผ่านมาครั้งแล้วครั้งเล่า ยังคงทำให้รู้สึกหนาวอยู่บ้าง
อวิ๋นเจิงเกรงว่าฮ่องเต้เหวินจะทนลมหนาวไม่ไหว จึงทูลแนะว่า “เสด็จพ่อ ที่นี่หนาวนัก เสด็จเข้าไปพักในห้องเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
“ไม่เป็นไร ดูอีกสักหน่อยเถิด”
ฮ่องเต้เหวินส่ายพระพักตร์เบา ๆ ทอดพระเนตรไปยังที่ไกลด้วยแววตาลุ่มลึก
เมื่อเห็นท่าทางของฮ่องเต้เหวิน อวิ๋นเจิงก็อดสงสัยในใจไม่ได้
ตาเฒ่านี่กำลังดูอะไรอยู่กัน?
หิมะตกหนักจนบดบังทัศนวิสัย ห่างออกไปเพียงร้อยเมตรก็ยังมองไม่เห็น แล้วจะมีอะไรให้น่าดูเล่า!
เห็นฮ่องเต้เหวินไม่ยอมลงไป อวิ๋นเจิงจึงได้แต่ถอดเสื้อคลุมของตนคลุมให้พระองค์
