เรื่องอภิเษกสมรสกับเจียเหยา อวิ๋นเจิงมิได้ใส่ใจนัก
เรี่ยวแรงทั้งหมดของเขาทุ่มเทไปกับการจัดระเบียบกองทัพใหม่
สำหรับทัพกุยอี้ อวิ๋นเจิงยังคงยึดหลักการเดิม ในหนึ่งกองทหารต้องมีคนจากหลายแคว้น เพื่อให้ผู้คนจากแต่ละแคว้นคอยตรวจสอบกันเอง จะได้ไม่เกิดเรื่องวุ่นวาย
ทัพกุยอี้สี่หมื่นนายขยายกำลังขึ้นจากคนกว่าหมื่นนายของฟู่เทียนเหยี่ยนและคนอื่น ๆ
ผู้ที่สร้างความชอบไว้ในการศึกครั้งก่อน สามารถรับหน้าที่เป็นแม่ทัพระดับกลางและระดับล่างได้
ฟู่เทียนเหยี่ยน ฮั่วกู้ จั่วเริ่น และเกาเหอ ต่างบัญชาการคนละหนึ่งหมื่นนาย
เมื่อพิจารณาจากผลงานอันโดดเด่นในการศึกครั้งก่อน อวิ๋นเจิงจึงจัดสรรม้าศึกหนึ่งหมื่นตัวให้ทัพกุยอี้ด้วย ตั้งเป็นกองทหารม้าห้าพันนาย แล้วจัดให้อยู่ใต้บังคับบัญชาของฟู่เทียนเหยี่ยน
หลังจัดการเรื่องเตรียมกองทัพใหม่จนเข้าที่ อวิ๋นเจิงจึงค่อยนำคนไปเซ่นไหว้ตู้กุยหยวนที่หน้าหลุมศพของเขา
ระหว่างทางกลับ อวิ๋นเจิงครุ่นคิดถึงเรื่องราวในภายหน้าอยู่ตลอด
เมื่อจัดระเบียบขั้นต้นเสร็จสิ้น ทัพกุยอี้สี่หมื่นนายก็จะแยกกันไปฝึกฝน
ส่วนทหารประจำการสองหมื่นนายที่จัดตั้งขึ้นใหม่ เรื่องนี้กลับง่ายกว่า
เดิมทีคนทั้งสองหมื่นนายล้วนเป็นกองกำลังสำรองที่จัดตั้งเป็นหน่วยอยู่แล้ว บัดนี้เพียงเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกฝนเท่านั้น
กำลังพลในมืออวิ๋นเจิงเพิ่มขึ้น ย่อมหมายความว่าภาระด้านเสบียงของพวกเขาหนักหนาขึ้น และต้องสิ้นเปลืองธัญพืชมากกว่าเดิม
โชคดีที่ซั่วเป่ยเพิ่งเก็บเกี่ยวพืชผลฤดูใบไม้ร่วงเสร็จ
ในระยะเวลาอันใกล้ พวกเขาย่อมไม่ขาดแคลนเสบียง
ทว่าเมื่อถึงฤดูร้อนปีหน้า เกรงว่าธัญพืชจะยังขาดอยู่บ้าง
ยังต้องไปจัดหาธัญพืชจากด่านในอีก!
อวิ๋นเจิงครุ่นคิดมาตลอดทางจนกลับถึงค่ายใหญ่ภูเขาเยี่ยนหุย ก้นยังไม่ทันอุ่น อวี๋ซื่อจงก็เข้ามาหา
“ท่านอ๋อง คนข้างล่างมารายงานว่าเมื่อคืนมีเชลยถูกหนาวตายไปสิบกว่าคน...”
