เมื่อได้ฟังคำพูดของอวิ๋นเจิง ทั้งสามอดสบตากันเงียบ ๆ ไม่ได้
อวิ๋นเจิงไม่สนใจบัลลังก์หรือ?
ผีเท่านั้นที่เชื่อ!
หากเขาไม่สนใจบัลลังก์ แล้วจะบีบให้เสด็จพ่อแต่งตั้งเขาเป็นเจ้ามณฑลฟู่โจวไปไย?
เขาเฝ้ารักษาผืนดินนอกด่านอยู่เฉย ๆ มิใช่จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องมากมายหรอกหรือ?
ส่วนคำพูดที่ว่าหากองค์ชายสามไม่มาหาเรื่องเขา เขาก็จะไม่ไปหาเรื่ององค์ชายสามนั้น แม้แต่สุนัขยังไม่เชื่อ!
เขาหาเรื่ององค์ชายสามน้อยเสียเมื่อไร?
องค์ชายสามแทบจะกลายเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลเงินทองและเสบียงของเขาอยู่แล้ว!
ดูท่าองค์ชายหกยังไม่ไว้ใจพวกเขา!
อวิ๋นถิงครุ่นคิดเงียบ ๆ อยู่ในใจ
เพราะองค์ชายหกไม่ไว้ใจพวกเขา จึงกล่าวคำเหล่านี้ออกมา
ไม่แน่ว่าองค์ชายหกอาจคิดว่าองค์ชายสามส่งพวกเขามาหยั่งเชิงก็ได้!
เจ้าคนเจ้าเล่ห์นี่ระมัดระวังตัวไม่น้อย!
ลองคิดดู คนที่อดทนอดกลั้นอยู่ในเมืองหลวงมานานกว่ายี่สิบปี จะไม่ระมัดระวังตัวได้อย่างไร?
หากเขาไม่ระวังตัว คงตายอยู่ในเมืองหลวงไปนานแล้ว!
“น้องหก ที่นี่มีแต่พวกพี่น้องกัน เจ้าไม่ต้องกังวลถึงเพียงนั้น”
อวิ๋นถิงกล่าวอย่างจริงจังว่า “เมื่อก่อนอยู่ในเมืองหลวง พวกเราสามพี่น้องปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดีนัก วันนี้ได้โอกาสนี้ พวกเราจึงอยากขอโทษเจ้าเสียหน่อย เจ้าเป็นผู้ที่จะทำการใหญ่ ขออย่าถือสาพวกเราเลย”
กล่าวจบ อวิ๋นถิงก็ลุกขึ้น ค้อมกายขอโทษอวิ๋นเจิง
“น้องหก เมื่อก่อนอยู่ในเมืองหลวง พี่รองล่วงเกินเจ้าไว้ไม่น้อย หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา”
“พี่ห้าผิดต่อเจ้า หากเจ้าจะตีหรือด่าพี่ห้า พี่ก็ไม่มีคำบ่นแม้แต่คำเดียว!”
องค์ชายรองกับองค์ชายห้าลุกขึ้นทันทีเช่นกัน สีหน้าเปี่ยมด้วยความจริงใจขณะขอโทษอวิ๋นเจิง
