เทน้ำออกครึ่งกา?
ฉินชีหู่ชะงักไปเล็กน้อย
อืม...
ดูเหมือนจะทำเช่นนั้นได้จริง ๆ!
เมี่ยวอินมีสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะเข้าใจความหมายของอวิ๋นเจิง
ที่แท้เขารอเจียเหยาอยู่ตรงนี้นี่เอง!
นางก็รู้อยู่แล้วว่าคำถามนี้ของเขาต้องมีความหมายลึกซึ้ง
“ในเมื่อเจ้ารู้คำตอบแล้ว เหตุใดต้องพูดเรื่องเหล่านี้กับข้าอีก?”
อวิ๋นเจิงยิ้มอย่างจนใจ “เทน้ำออกครึ่งกา อย่างน้อยก็ยังเหลือน้ำครึ่งกาไว้ต้มชงชาได้! แต่หากเจ้าจากที่นี่ไป แล้วค่อยกลับไปหาเชื้อเพลิง ไม่แน่ว่ากาน้ำของเจ้าอาจถูกคนขโมยไปแล้ว เจ้าคิดว่าใช่หรือไม่?”
สตรีผู้นี้ ฉลาดก็ฉลาดจริง
แต่ดื้อรั้นก็เป็นที่หนึ่ง!
“ใช่!”
เจียเหยาไม่ปฏิเสธ “เพราะฉะนั้น ทั้งที่ข้าหนีไปได้ แต่ข้าก็ยังมาหาเจ้าเพื่อยอมจำนน! ข้าบอกแล้วว่าข้าเพียงต้องการขอทางรอดให้ประชาชนของเรา ในเมื่อเจ้าก็บอกเองว่า ต่อให้พวกเราได้พักฟื้นยี่สิบปี ก็มีแต่จะผลิตทาสให้เจ้ามากขึ้น แล้วเจ้ายังมีสิ่งใดให้หวาดกลัวอีก?”
เอ่อ...
นี่มัน...
อวิ๋นเจิงถูกเจียเหยาต้อนกลับจนไม่รู้จะตอบอย่างไรอยู่ชั่วขณะ
แต่วาจาก็ส่วนวาจา เหตุผลหาใช่เช่นนั้นไม่!
ศึกครั้งนี้ กองทัพเป่ยฝู่ก็สูญเสียผู้คนไปมหาศาลเช่นกัน
บัดนี้พวกเขาเป็นฝ่ายชนะ อย่างไรก็ต้องได้ผลประโยชน์ที่จับต้องได้บ้างมิใช่หรือ?
อวิ๋นเจิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนถามเจียเหยาอีกครั้ง “เจ้ากลัวว่าเป่ยหวนจะล่มสลาย ใช่หรือไม่?”
“ใช่!”
เจียเหยาพยักหน้าอย่างอ่อนแรง “ข้าเป็นองค์หญิงผู้สำเร็จราชการที่ไร้ความสามารถ ไม่อาจนำทุกคนขับไล่ศัตรูได้ ทำได้เพียงละทิ้งศักดิ์ศรีมาขอยอมจำนนและเจรจาสงบศึก ขอเพียงเจ้ามอบทางรอดให้พวกเรา!”
