หลังได้รับคำชี้แนะจากอวิ๋นเจิง ตู้กุยหยวนและคนอื่น ๆ ก็ไปคัดเลือกคนที่เหมาะสมทันที
ไม่นาน พวกเขาก็ได้ตัวคนที่ต้องการ
เฝิงอวี้
เดิมทีคนผู้นี้เป็นถึงผู้บัญชาการทหารราบในกองทัพเสินอู่ ดูแลกำลังพลสองกอง
ให้เขามาจัดการคนทั้ง 500 คนนี้ นับว่าเกินพอ
แม้แต่จั่วเริ่นยังเสนอให้อวิ๋นเจิงแต่งตั้งเฝิงอวี้เป็นแม่ทัพใหญ่ ส่วนตนจะเป็นรองให้เฝิงอวี้
“ดี!”
อวิ๋นเจิงรับคำอย่างไม่ลังเล ทว่าในใจก็พยักหน้าเงียบ ๆ
จั่วเริ่นนับว่าไม่เลว
รู้จักผลักดันคนในกองทัพเสินอู่ขึ้นมาสักคน จะได้ไม่ทำให้คนที่เพิ่งย้ายมาคิดว่าอ๋องอย่างเขาเลือกที่รักมักที่ชัง
เมื่อไปถึงซั่วเป่ย เขาจะให้จั่วเริ่นนำทัพด้วยตนเองแน่นอน!
อวิ๋นเจิงพูดคุยกับเฝิงอวี้สั้น ๆ สองสามประโยค จากนั้นก็ให้ทุกคนฝึกซ้อมต่อ
ให้ฝึกตามหลักสูตรที่เคยฝึกกันมา ปฏิบัติตามเดิม ไม่ต้องสนใจพวกเขา
จากนั้นอวิ๋นเจิงก็สั่งโจวมี่ว่า “เจ้ารีบนำคนจากโรงครัวไปซื้อเนื้อหมูกลับมา คืนนี้จะเพิ่มอาหารให้ทุกคน! อีกอย่าง ซื้อสุราชั้นดีมาให้มากหน่อย!”
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนรีบเอ่ยห้าม “รู้หรือไม่ว่าการดื่มสุราในกองทัพเป็นข้อห้ามใหญ่?”
“รู้สิ!”
อวิ๋นเจิงยักไหล่
“เช่นนั้นยังให้คนซื้อสุรากลับมาตั้งมากมายด้วยเหตุใด?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนเดือดดาลยิ่งนัก
อวิ๋นเจิงเป็นคนนอกวงการโดยแท้!
ไม่รู้อะไรสักอย่าง ยังชอบวางท่าแม่ทัพใหญ่ต่อหน้านางอยู่เรื่อย!
“การประลองยุทธ์สวนหนานหยวนเหลืออีกกี่วัน?”
อวิ๋นเจิงถามเสียงเรียบ
“สามวัน!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนตอบอย่างไม่สบอารมณ์
“เช่นนั้นก็ถูกแล้วมิใช่หรือ?”
