จวิ้นซื่อฟาง
แม้เรื่องนโยบายเก็บภาษีที่ดินแทนการเก็บภาษีรายหัวจะเผชิญแรงต้านอย่างหนัก แต่อวิ๋นเจิงก็ยังไม่ได้ไปจิงหยาง
เขามีแผนรับมืออยู่แล้ว แต่ก็อยากเห็นว่าทัวฮวนกับจี้หร่านจะรับมืออย่างไร
โหวซื่อไคยังมาไม่ถึงจวิ้นซื่อฟาง อวิ๋นเจิงเองก็ไม่ได้ขลุกอยู่แต่ในจวนอ๋องตลอดเวลา
แม้อากาศยังไม่อบอุ่นขึ้น ทว่าทุกพื้นที่ในด่านในต่างเริ่มเตรียมการเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิกันแล้ว
ยามว่าง อวิ๋นเจิงยังพาเสิ่นลั่วเยี่ยนกับเมี่ยวอินไปดูตามท้องทุ่ง เพื่อสังเกตว่าการเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิในจวิ้นซื่อฟางได้รับผลกระทบจากเรื่องนโยบายเก็บภาษีที่ดินแทนการเก็บภาษีรายหัวหรือไม่
เพราะมีแนวเขาเป่ยลู่กั้นขวาง อากาศในด่านในจึงอบอุ่นกว่ามาก
แถบนี้ส่วนใหญ่ปลูกข้าวสาลีฤดูหนาว ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงฤดูใบไม้ผลิเหมือนซั่วเป่ย ซึ่งพืชผลทุกชนิดต้องรอให้ฤดูใบไม้ผลิมาถึงเสียก่อนจึงจะหว่านเมล็ดได้
ทว่าเมื่อกวาดตามอง พื้นที่กว้างใหญ่เบื้องหน้ากลับมีข้าวสาลีฤดูหนาวปลูกอยู่เพียงน้อยนิด
ที่ดินอีกผืนกว้างยังไม่มีพืชผลขึ้น แต่กลับเห็นชาวบ้านกำลังทำงานอยู่
อวิ๋นเจิงเดินไปกลางแปลง คุกเข่าลงตรวจดูต้นข้าวสาลีเขียวชอุ่ม
เขาไม่ถึงกับคิดว่าข้าวสาลีเป็นต้นกุยช่ายหรอก เพียงแต่ไม่รู้ว่าข้าวสาลีเหล่านี้เติบโตดีหรือไม่
เมื่อถามเสิ่นลั่วเยี่ยนกับเมี่ยวอิน สตรีทั้งสองก็ดูจะไม่รู้เช่นกัน
พวกนางไม่เคยทำไร่ไถนา แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าข้าวสาลีเติบโตเป็นอย่างไร!
“ท่านอ๋อง ให้กระหม่อมส่งคนไปตามชาวบ้านมาถามสักคนหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นควนเอ่ยถามขึ้นก่อน
“ดี!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้า แล้วกำชับว่า “พูดจาดี ๆ อย่าทำให้พวกเขาตกใจ”
เสิ่นควนรับคำ ก่อนส่งคนไปตามชาวนาสูงวัยสองสามคนที่กำลังถางดินอยู่ตรงหัวแปลงไม่ไกลให้มาที่นี่
