อวิ๋นเจิงสอบถามสถานการณ์จากตู้กุยหยวนจนเข้าใจแล้ว จึงสั่งให้ตู้กุยหยวนดำเนินการตามแผนเดิมต่อ จากนั้นก็ออกไปหาจางซวีด้านนอก
“ท่านอ๋อง สุราของเราถูกปล้นไปแล้ว!”
พอเห็นอวิ๋นเจิง จางซวีก็ฉีกยิ้มกว้าง
เมื่อได้ยินคำพูดของจางซวี ทุกคนต่างพากันหน้าเคร่ง
เขาใจเย็นเกินไปหรือไม่?
สุราของพวกเขาถูกคนปล้นไปแล้ว ยังมีหน้ามาดีใจอยู่อีกหรือ?
“จริงหรือ?”
อวิ๋นเจิงถามด้วยสีหน้าตื่นเต้นไม่แพ้กัน
จางซวีพยักหน้าหงึก ๆ “จริงแท้แน่นอน! ฮ่า ๆ...”
กล่าวจบ จางซวีก็หัวเราะอย่างไม่ทุกข์ร้อนอีกครั้ง
อวิ๋นเจิงหัวเราะตามไปด้วย
เมื่อเห็นสีหน้าของทั้งคู่ ทุกคนก็รู้สึกแปลกประหลาดใจ
อวิ๋นเจิงเป็นคนที่ไม่ยอมเสียเปรียบใครเสียเมื่อไร!
บัดนี้สุราที่เขากับจางซวีทำขึ้นถูกปล้นไป ทั้งสองกลับหัวเราะร่าอยู่ตรงนี้หรือ?
สองคนนี้กินยาผิดขนานมาหรือไร?
“พวกเจ้ากำลังเล่นกลอะไรกันแน่?”
ในที่สุดเสิ่นลั่วเยี่ยนก็อดถามไม่ได้
“จะเล่นกลอะไรได้เล่า?”
อวิ๋นเจิงหัวเราะลั่น ก่อนถามว่า “คนที่ปล้นไปเป็นใคร?”
จางซวีหัวเราะเจ้าเล่ห์ “เจ้าคนสารเลวนั่นชื่อกัวไค เป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อเสบียงของกองทัพรักษาเมืองซู่ฉวี ได้ยินว่ายังเป็นน้องภรรยาของหวังชี่ แม่ทัพรักษาเมืองซู่ฉวีด้วย!”
บัดซบ!
ยอดเยี่ยมจริง ๆ!
“เจ้าหมูอ้วน คราวนี้เจ้าสร้างคุณความชอบครั้งใหญ่แล้ว!”
อวิ๋นเจิงดีใจสุดขีด ตบไหล่จางซวีอย่างแรง
เขาเพียงให้จางซวีไปขายสุราในซู่ฉวี เพื่อยั่วให้ทหารหรือผู้มีอิทธิพลฝั่งนั้นมาปล้นสุราของพวกเขา
ใครจะคิดว่าจะล่อแม่น้องภรรยาของหวังชี่ออกมาได้?
ดีมาก!
ดียิ่งนัก!
คราวนี้คอยดูเถิดว่าหวังชี่จะชี้แจงกับเขาอย่างไร!
