คลื่นใต้น้ำในเมืองหลวงกำลังปั่นป่วน ทว่าอวิ๋นเจิงย่อมไม่ล่วงรู้
หลังปะทะฝีปากกับเว่ยเหวินจงครั้งหนึ่ง อวิ๋นเจิงก็สงบเสงี่ยมลงชั่วคราว
แต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น
ใครต่างก็รู้ว่าอวิ๋นเจิงกับเป่ยหวนได้สร้างความแค้นต่อกันจนยากจะคลี่คลายแล้ว
เป่ยหวนย่อมหาทางเอาชีวิตอวิ๋นเจิงให้จงได้
ส่วนอวิ๋นเจิงก็ย่อมหาทุกวิถีทางเล่นงานเป่ยหวนเช่นกัน
ทว่า มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้ว่าอวิ๋นเจิงเริ่มเล่นงานเป่ยหวนแล้ว
แต่จะสำเร็จหรือไม่ แม้แต่อวิ๋นเจิงเองก็ยังไม่มั่นใจ
หลังอาหารเช้า อวิ๋นเจิงเรียกโจวมี่เข้ามาสั่งการว่า “เจ้าไปถ่ายทอดคำสั่งเดี๋ยวนี้ ระดมทหารไร่นาที่ชราหรืออ่อนแอสองหมื่นนาย ไปสร้างค่ายทหารถาวรบริเวณภูเขาลั่วเสีย ระหว่างซั่วฟางกับหม่าอี้!”
โจวมี่รับคำสั่งแล้วจากไปทันที
เย่จื่อขมวดคิ้วน้อย ๆ “ฤดูกาลนี้ไม่เหมาะกับการก่อสร้างครั้งใหญ่กระมัง?”
อวิ๋นเจิงกล่าวอย่างจนใจว่า “ข้ารู้ว่าไม่เหมาะ แต่เวลาของเรามีจำกัด!”
เมี่ยวอินถามอย่างไม่เข้าใจ “เจ้าสร้างค่ายทหารแถวภูเขาลั่วเสียไปเพื่ออะไร?”
“สร้างค่ายทหารก็ต้องเอาไว้ฝึกทหารสิ!” อวิ๋นเจิงมองเมี่ยวอินอย่างทั้งขำทั้งจนใจ “แถวภูเขาลั่วเสียมีทุ่งหญ้าเล็ก ๆ อยู่ผืนหนึ่ง บัดนี้เรามีทหารม้าไม่น้อยแล้ว ต้องวางแผนเพื่อวันหน้าไว้บ้าง!”
ก่อนหน้านี้พวกเขายึดม้าได้กว่าสี่พันตัว คราวนี้ยังแลกมาได้อีกสามพันตัว
รวมกับทหารม้าหนึ่งพันนายที่อวิ๋นเจิงมีอยู่เดิม บัดนี้พวกเขามีทหารม้าถึงแปดพันนาย!
ต้องรู้ว่ากำลังพลที่พร้อมออกรบของพวกเขามีเพียงสองหมื่นสี่พันนายเท่านั้น
สัดส่วนทหารม้าเช่นนี้นับว่าสูงมากแล้ว!
ทหารม้าแปดพันนาย เพียงพอจะเปิดฉากจู่โจมครั้งใหญ่ได้!
