อวิ๋นเจิงพาเมี่ยวอินพูดคุยกับหัวหน้าแต่ละเผ่าเสร็จแล้ว
เมื่อกลับมายังกระโจมหลวง กลับไม่พบเจียเหยา
“ฮูหยินเจียเหยาเล่า?”
อวิ๋นเจิงเรียกองครักษ์คนหนึ่งมาสอบถาม
องครักษ์ตอบว่า “ฮูหยินเจียเหยาบอกว่าจะพาหมาป่าขาวไปเดินเล่นแถวนี้พ่ะย่ะค่ะ...”
เดินเล่นหรือ?
อวิ๋นเจิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
ร่างกายนางไม่สู้ดี แทนที่จะพักผ่อนอยู่ในกระโจมหลวงให้ดี กลับพาหมาป่าขาวไปเดินเล่นที่ใดกัน?
ไม่รู้เพราะเหตุใด อวิ๋นเจิงพลันรู้สึกถึงลางร้าย
ยิ่งนึกถึงท่าทีออดอ้อนของเจียเหยาเมื่อวานกับวันนี้ ลางร้ายในใจก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
“มีคนตามนางไปหรือไม่?”
อวิ๋นเจิงถามอีกครั้ง
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์ตอบ “เดิมทีองครักษ์ติดตามของฮูหยินเจียเหยาจะตามไปด้วย แต่นางบอกว่าเพียงออกไปเดินเล่นตามสบาย ไม่ให้พวกองครักษ์ติดตามพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ฟังคำตอบขององครักษ์ เปลือกตาอวิ๋นเจิงพลันกระตุก
เจียเหยาพาหมาป่าขาวออกไปเพียงลำพัง ทั้งยังไม่ให้องครักษ์ติดตามอีกหรือ?
เรื่องนี้ผิดปกติชัด ๆ!
“นางไปทางไหน? ออกไปนานเท่าใดแล้ว?”
เมี่ยวอินสังเกตเห็นความผิดปกติเช่นกัน จึงถามเสียงเข้ม
องครักษ์เห็นสีหน้าของทั้งสองไม่ชอบมาพากล จึงชี้ไปทางทิศตะวันตกอย่างระมัดระวัง “ไปทางนั้นพ่ะย่ะค่ะ ออกไปได้ราวครึ่งชั่วยามกว่าแล้ว...”
ครึ่งชั่วยามกว่า?
สีหน้าอวิ๋นเจิงแปรเปลี่ยนฉับพลัน
เจียเหยาบอกว่าจะพาหมาป่าขาวไปเดินเล่นแถวนี้ จะออกไปนานถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
ในชั่วขณะนั้น อวิ๋นเจิงนึกถึงคำสาบานที่เจียเหยาเคยกล่าวไว้
ปาดคอตนเอง!
นางคงไม่ได้คิดทำเรื่องโง่เขลาหรอกกระมัง?
