หลายวันต่อมา อวิ๋นเจิงและคนอื่น ๆ ก็ไปสมทบกับกองกำลังของหวังชี่
หลังจากมอบหมายเรื่องการคุมตัวเชลยให้ฉินชีหู่กับชวีจื้อจัดการแล้ว อวิ๋นเจิงก็นำกองทหารองครักษ์ของตน พร้อมด้วยกองทัพอาภรณ์โลหิตหนึ่งพันนายที่ถงกังนำทัพ และปศุสัตว์มากพอสำหรับกินระหว่างทาง ออกเดินทางล่วงหน้าไปยังเมืองซานเปียน
เจียเหยาก็ร่วมทางไปกับพวกเขาด้วย
ระหว่างทาง อวิ๋นเจิงเขียนรายงานศึกฉบับหนึ่ง แล้วส่งคนให้นำรายงานกับหนังสือยอมจำนนของเป่ยหวนกลับไปยังเมืองหลวงก่อน
เดิมทีอวิ๋นเจิงคิดว่า ระหว่างทางกลับไปกับพวกเขา เจียเหยาคงหาเล่ห์กลมาปั่นป่วนบ้าง
แต่ผลกลับเหนือความคาดหมาย เจียเหยาเชื่อฟังอย่างเหลือเชื่อ
เรียกได้ว่าอ่อนโยน น่ารัก และว่าง่ายยิ่งนัก!
อวิ๋นเจิงคาดเดาว่า ต่อให้ยามนี้เขาหาสถานที่ไร้ผู้คน แล้วร่วมรักกับเจียเหยาโดยมีฟ้าเป็นผ้าห่ม มีดินเป็นเตียง นางก็คงยอมตามใจทุกอย่าง
ทว่าความว่าง่ายของเจียเหยากลับทำให้อวิ๋นเจิงระแวดระวังเป็นพิเศษ
เขากับเจียเหยามีความแค้นฝังลึกดุจทะเลเลือด นางยังเชื่อฟังเขาถึงเพียงนี้ ต่อให้เป็นคนโง่ก็ยังรู้ว่าต้องมีพิรุธ!
บัดนี้อวิ๋นเจิงสงสัยจริง ๆ ว่าเจียเหยาคิดจะพิชิตใจเขา เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
ถึงเจียเหยาจะเชื่อฟังเพียงใด เขาก็ไม่กล้าแตะต้องนาง
หากปล่อยให้ร่างกายลุ่มหลงก่อน แล้วค่อยเผลอใจตามไป คงแย่แน่
กลับไปแล้วต้องกักบริเวณเจียเหยาไว้ก่อน พยายามอย่าพบนางให้มากที่สุด
เป็นสามีภรรยากันแค่ในนามก็พอ!
เฮ้อ!
ขณะที่อวิ๋นเจิงกำลังฟุ้งซ่าน เจียเหยาก็ควบม้าเข้ามาใกล้จากด้านข้าง
“เมื่อกลับไปแล้ว ท่านพาข้าไปดูมันเทศพวกนั้นหน่อยได้หรือไม่!”
