หลายวันต่อมา อวิ๋นเจิงนำคนมาถึงค่ายใหญ่บนภูเขาเยี่ยนหุย
ยามนี้ กองทัพแนวหน้าหนึ่งหมื่นห้าพันนายภายใต้การนำของหวังชี่ออกเดินทางไปหลายวันแล้ว
“พวกเจ้าส่งคนไปจัดการที่พักให้คนเหล่านี้ก่อน”
อวิ๋นเจิงชี้ไปยังเหล่าศิษย์ที่ติดตามตนมา “พวกเขายังไม่ต้องนำทัพ ให้ทำหน้าที่เป็นรองแม่ทัพก็พอ!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
อวี๋ซื่อจงยิ้มพลางมองคนเหล่านั้น ก่อนสั่งผางจิ้นจิ่ว รองแม่ทัพของตนทันที “จัดพวกเขาไปเป็นรองแม่ทัพให้แก่นายกองทหารม้าแต่ละคน”
“รับบัญชา!”
ผางจิ้นจิ่วรับคำสั่ง แล้วพาศิษย์หลายคนนั้นจากไปทันที
อวิ๋นเจิงพาเมี่ยวอินติดตามอวี๋ซื่อจงไปยังโถงหารือ พลางถามว่า “เสบียงและสิ่งของต่าง ๆ เตรียมพร้อมแล้วหรือยัง?”
“เตรียมพร้อมหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
อวี๋ซื่อจงตอบว่า “หวังชี่กับจู่หลู่ขนส่งเสบียงและสิ่งของทั้งหมดไปล่วงหน้าแล้ว รอเพียงรับบัญชาจากองค์ชาย พวกเราก็จะเดินทางโดยไม่ต้องแบกสัมภาระหนัก บุกจู่โจมไปถึงค่ายใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว”
ศึกครั้งนี้ กองกำลังจากเป่ยโมถัวจะไม่เข้าร่วมรบโดยตรง มีหน้าที่เพียงดูแลการส่งกำลังบำรุงเท่านั้น
ดังที่อวิ๋นเจิงกล่าว ศัตรูตัวฉกาจที่สุดในศึกนี้มิใช่กองทัพเผ่าหมาน แต่เป็นสภาพอากาศอันเลวร้าย
มีเพียงการดูแลเสบียงให้พร้อม พวกเขาจึงจะรักษากำลังรบเอาไว้ได้
“เรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบร้อน รอเสิ่นควนกับฉินชีหู่มาก่อนค่อยว่ากัน”
อวิ๋นเจิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อมาถึงโถงหารือ อวิ๋นเจิงก็มุ่งตรงไปยังกระบะทรายจำลองขนาดใหญ่กลางโถง
บนกระบะทรายปักธงไว้หลายผืน ใช้แทนตำแหน่งของฝ่ายศัตรูและฝ่ายเรา
เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ กระบะทรายจำลองในยามนี้ละเอียดขึ้นมาก
