การประชุมราชสำนักในวันรุ่งขึ้น
ซู่จ้านนำคณะทูตซีฉวีเข้าเฝ้าฮ่องเต้เหวินอีกครั้ง
วันนี้อวิ๋นเจิงมาปรากฏตัวในท้องพระโรงแล้ว
สีพระพักตร์ของฮ่องเต้เหวินไม่ค่อยดีนัก ดูคล้ายคนเจ็บป่วย
หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการเข้าเฝ้า ฮ่องเต้เหวินก็หยิบยกเรื่องเมื่อวานขึ้นมาอีกครั้ง
“ช่างเถิด เมื่อคืนเหล่าลิ่วเกลี้ยกล่อมเราอยู่ทั้งคืน เราแก่แล้ว ไม่อยากก่อศึกสงครามอีก”
พระเนตรของฮ่องเต้เหวินทอดลงบนร่างซู่จ้าน “เราจะไม่เอาผิดพวกเจ้าฐานหลอกลวงเบื้องสูงก็แล้วกัน เอาเช่นนี้เถิด กลับไปให้ฉินผู่รีบเดินทางมายังเมืองหลวงโดยเร็วที่สุด แล้วคัดลอกพระคัมภีร์ถวายเราด้วยตนเอง เรื่องนี้ก็ให้ถือว่ายุติลง”
เมื่อได้ฟังพระดำรัสของฮ่องเต้เหวิน สีหน้าของซู่จ้านกับคณะทูตซีฉวีพลันกระตุกอย่างห้ามไม่อยู่
ให้ฉินผู่มายังค่ายหลวงต้าเฉียนเพื่อคัดลอกพระคัมภีร์งั้นหรือ?
นี่ไม่ใช่จงใจหาเรื่องกันชัด ๆ หรือ?
หากฉินผู่เข้ามาในเมืองหลวงต้าเฉียนจริง คงยากจะกลับออกไปแล้ว!
หรือฮ่องเต้เหวินคิดจะให้ฉินผู่ ผู้เป็นอ๋องต้าลุ่นแห่งซีฉวี มาเป็นตัวประกันในต้าเฉียนด้วยตนเอง?
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยมีประมุขแคว้นใดต้องมาเป็นตัวประกันด้วยตนเองเลย!
เห็นชาวซีฉวีทั้งหลายเงียบงัน ถังซู่ก็เอ่ยถามขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “อย่างไรหรือ ฝ่าบาททรงเมตตาเป็นพิเศษแล้ว ซีฉวียังไม่พอใจอีกหรือ? พวกเจ้าคงไม่ได้คิดว่าต้าเฉียนของเรามิกล้ารุกรานซีฉวีหรอกกระมัง?”
“ไม่ ไม่...”
ซู่จ้านได้สติ รีบส่ายหน้า “การได้มายังเมืองหลวงเพื่อคัดลอกพระคัมภีร์และสวดภาวนาถวายฝ่าบาท ถือเป็นเกียรติของราชันเรา! เพียงแต่...”
