ปฏิกิริยาของราชสำนักและจ้าวจี๋เหนือความคาดหมายของอวิ๋นเจิง
อวิ๋นเจิงเตรียมตั้งรับกองทัพราชสำนักไว้แล้ว ทว่าผลกลับกลายเป็นว่าทางราชสำนักไม่มีทีท่าจะบุกโจมตีพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
นอกจากกองกำลังในกว่างหลิง มณฑลจวี่โจว ซึ่งอยู่ใกล้พวกเขาที่สุดจะถอยร่นไปตั้งแนวป้องกันแล้ว กองทัพในพื้นที่อื่นก็ไม่มีวี่แววว่าจะเคลื่อนกำลัง
การกระทำของราชสำนักทำให้อวิ๋นเจิงงุนงงอยู่บ้าง
สองวันต่อมา จ้าวจี๋ส่งทูตมาพบอวิ๋นเจิง นัดสนทนากันที่สะพานหยางกวน ซึ่งอยู่ห่างจากค่ายใหญ่หลูหลินราวห้าลี้
สะพานหยางกวนเป็นสะพานที่ยาวไม่ถึงสามจั้ง ได้ยินว่าก่อนหน้านี้มีคนเลี้ยงแกะหลายคนสร้างขึ้นเพื่อให้ข้ามไปอีกฝั่งแม่น้ำได้สะดวกยามพาฝูงแกะไปเลี้ยง
ต่อมา สะพานไม้เดิมพังทลายลงเพราะกาลเวลาผ่านไปนาน จึงสร้างสะพานหินขึ้น ณ ตำแหน่งเดิม และยังคงใช้ชื่อสะพานหยางกวนเช่นเดิม
ในเมื่อจ้าวจี๋นัดพบ อวิ๋นเจิงย่อมต้องไปตามนัด
เขาไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจ้าวจี๋จะซุ่มโจมตีหรือไม่ ก่อนหน้านี้เพื่อป้องกันการบุกของราชสำนัก เขาส่งหน่วยสอดแนมจำนวนมากออกไปลาดตระเวนโดยรอบแล้ว
สองฝั่งสะพานหยางกวนมีทัศนวิสัยเปิดโล่ง หากจ้าวจี๋ส่งคนมาซุ่มโจมตี ย่อมไม่มีทางรอดพ้นสายตาหน่วยสอดแนม
เมื่ออวิ๋นเจิงพาทหารองครักษ์หลายร้อยนายมาถึงสะพานหยางกวน จ้าวจี๋ก็นั่งอยู่บนสะพานเพียงลำพัง เบื้องหน้ามีโต๊ะเก้าอี้เรียบง่ายจัดวางไว้
บนโต๊ะมีทั้งกาน้ำชาและถ้วยชา
ข้างกายจ้าวจี๋ไม่มีผู้ใดอยู่เลย มีเพียงกองกำลังกลุ่มหนึ่งตั้งแนวป้องกันอยู่ห่างจากสะพานหยางกวนไปราวร้อยจั้ง
มองจากระยะไกลแล้ว ดูมีท่วงท่าสง่างามประหนึ่งขุนพลบัณฑิตอยู่บ้าง
