อวิ๋นเจิงมิได้ตอบคำถามของเจียเหยาทันที
ท่ามกลางสายตาฉงนของเจียเหยา อวิ๋นเจิงลุกขึ้นเดินมาหานาง
“คิดอะไรอยู่!”
อวิ๋นเจิงจิ้มหน้าผากเจียเหยา “เจ้าคิดว่าข้าว่างมากหรือ ถึงได้เฝ้าเจ้าอยู่ตลอด?”
เจียเหยาส่งเสียงฮึดฮัดอย่างขุ่นเคือง “แล้วเหตุใดท่านจึงฟุบหลับอยู่ตรงนี้เล่า?”
“ข้ามาดูว่าเจ้ายังหายใจอยู่หรือไม่!”
อวิ๋นเจิงถลึงตามองเจียเหยา “หากเจ้าตาย ข้าก็จะได้พาเจ้ากลับไปฝังที่ซั่วเป่ยเสียเลย! เจ้าเป็นชายารองของข้า อย่างไรก็ต้องฝังอยู่ในต้าเฉียน!”
ได้ยินอวิ๋นเจิงกล่าวเช่นนี้ เจียเหยากลับไม่โกรธแม้แต่น้อย
นางเข้าใจดีว่าอวิ๋นเจิงจงใจพูดเช่นนี้
ปากคมแต่ใจอ่อน!
“หากวันใดข้าตายขึ้นมาจริง ๆ ท่านก็ฝังข้าไว้ที่เป่ยหวนเถิด!”
เจียเหยาหัวเราะคิกคัก เอ่ยราวกับล้อเล่น
“ฝันไปเถิด!”
อวิ๋นเจิงถลึงตามองเจียเหยา “เจ้าตายไปแล้ว ยังจะเลือกได้หรือว่าจะฝังที่ใด?”
“ท่านตามใจข้าสักครั้งไม่ได้หรือ?” เจียเหยามองอวิ๋นเจิงอย่างไม่พอใจ ก่อนถามต่อว่า “ตกลงข้าเป็นอะไรไป? เหตุใดจึงหมดสติไปกะทันหัน?”
อวิ๋นเจิงนั่งลงข้างเจียเหยา พลางกล่าวเสียงเรียบ “เจ้าป่วยเป็นโรคร้ายแรง เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว! อย่าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวายของเป่ยหวนอีกเลย กลับซั่วฟางไปกับข้า ใช้ชีวิตไร้กังวลสักสองสามวันเถิด!”
โรคร้ายแรงหรือ?
เจียเหยาหัวเราะออกมาอย่างจนใจ
“หากข้าป่วยเป็นโรคร้ายแรง ท่านยังจะพูดกับข้าเช่นนี้ได้หรือ?”
เจียเหยามองอวิ๋นเจิงด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าฉายแววซุกซนอยู่หลายส่วน
