ยามค่ำ อวิ๋นเจิงกับพวกพ้องรับประทานอาหารเย็นกันตั้งแต่หัวค่ำ ก่อนมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมเยว่ไหล
เมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมเยว่ไหล พวกเขาจึงพบว่าภายในมีผู้คนแน่นขนัด แม้ด้านนอกจะมีลมหนาวพัดกรรโชก ทว่าหน้าโรงเตี๊ยมเยว่ไหลก็ยังมีผู้คนมามุงดูความครึกครื้นอยู่ไม่น้อย
ทว่าในโรงเตี๊ยมมีคนเต็มจนล้น หลายคนถูกกันไว้ด้านนอก
ยังดีที่จางซวีมีน้ำใจ ให้คนแจกน้ำขิงอุ่นกายแก่ผู้ที่เข้าไปไม่ได้โดยไม่คิดเงิน ตรงปากทางยังมีเตาใหญ่หุ้มแผ่นเหล็กหลายเตา จุดถ่านรังผึ้งให้ผู้คนได้ผิงไฟคลายหนาว
ภายในโรงเตี๊ยมกลับมีบรรยากาศอีกแบบหนึ่ง
ทั่วทั้งโรงเตี๊ยมประดับโคมดอกไม้หลากสีสัน ส่วนกลางชั้นหนึ่งยังสร้างเวทีชั่วคราวขึ้นมา
บนเวทีมีสตรีหลายคนกำลังร่ายรำสร้างความครึกครื้น
จางซวีพาพวกเขาขึ้นไปยังชั้นสองโดยตรง ตำแหน่งริมระเบียงชั้นสองซึ่งหันหน้าเข้าประตูใหญ่ คือที่นั่งที่จางซวีจัดเตรียมไว้ให้พวกเขา
ห้องด้านหลังเองก็จัดไว้ให้พวกเขาเช่นกัน จะเข้าไปพักผ่อนสักครู่ก็ได้ หรือให้เด็ก ๆ เข้าไปเล่นในห้องก็ได้
ตอนพวกเขามาถึง หมิงเยว่ก็พาเด็ก ๆ มาด้วย
เห็นเด็ก ๆ เหล่านั้นนั่งไม่ติดที่ อวิ๋นเจิงจึงให้พวกเขาเข้าไปเล่นในห้อง
ขณะที่กำลังจะนั่งลง เย่จื่อกลับเรียกเจียเหยาซึ่งกำลังจะนั่งด้านล่างของนางไว้
“เจ้านั่งทางนี้”
เย่จื่อชี้ไปยังที่นั่งทางขวามือของอวิ๋นเจิง
“ข้านั่งตรงนี้ก็พอ”
เจียเหยากะพริบตาพร้อมรอยยิ้ม “ข้าติดตามเขามาตลอดทั้งบ่ายแล้ว อย่างไรก็ควรให้พวกเจ้า...”
“เรื่องนี้หาใช่เรื่องเดียวกันไม่!”
เย่จื่อยิ้มละไม “เจ้าเป็นพระชายารองที่มีฐานะเทียบเท่าพระชายาเอก แม้อยู่ในจวนพวกเราจะไม่ถือธรรมเนียมเหล่านี้ แต่ในสถานที่เช่นนี้ยังควรคำนึงถึงลำดับสูงต่ำอยู่บ้าง”
