รุ่งเช้าวันถัดมา พวกเขาก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ซั่วฟาง
ฉินชีหู่ไม่ได้เดินทางกลับไปพร้อมกับพวกเขา
ฉินชีหู่ยังต้องช่วยกองทัพอาภรณ์โลหิตคัดเลือกม้าศึก จะได้ไม่ต้องกินของเหลือที่อวี๋ซื่อจงเลือกแล้ว
คนของเป่ยหวนที่รับหน้าที่ขนส่งม้าศึกและเสบียงก็จะเดินทางกลับในวันนี้เช่นกัน
เห็นแก่ที่เจียเหยาส่งม้าตัวเมียมาให้มากมาย ก่อนจากไปอวิ๋นเจิงยังสั่งให้อวี๋ซื่อจงเตรียมเสบียงอาหารให้คนเป่ยหวนเหล่านั้นบ้าง จะได้ไม่ต้องเดินทางกลับไปทั้งท้องหิว
ยามนี้ใกล้เข้าสู่เดือนเจ็ดแล้ว
เมื่อเงยหน้ามองออกไป ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ครั้นเดินทางตัดเฉียงผ่านทุ่งหญ้า พวกเขายังเห็นบรรดาคนเลี้ยงสัตว์ที่อพยพมาจากเป่ยหวนกำลังต้อนฝูงสัตว์อยู่เป็นระยะ
ทว่าเจียเหยามิได้ชื่นชมทุ่งหญ้าที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาแห่งนี้มากนัก
ส่วนใหญ่แล้ว เจียเหยาเดินทางไปพร้อมกับอวิ๋นเจิงและคนอื่น ๆ
สำหรับอวิ๋นเจิงกับพวกพ้อง ทุ่งหญ้าแห่งนี้อาจงดงาม
แต่สำหรับนาง มันกลับเป็นบาดแผลในใจ
นี่คือดินแดนที่พวกเขาสูญเสียไป
ทั้งเสด็จพ่อและพี่ชายของนางก็สิ้นชีวิตลงบนทุ่งหญ้าแห่งนี้
ศึกครั้งนั้นเองที่อวิ๋นเจิงทำลายขวัญทหารเป่ยหวนจนสิ้น ทำให้กองทหารม้าเหล็กเป่ยหวนกลายเป็นตัวตลกบนทุ่งหญ้า
หากย้อนกลับไปได้ นางยอมทุ่มเททุกสิ่งเพื่อขัดขวางไม่ให้เสด็จพ่อนำทัพไปสังหารป๋อลวนด้วยพระองค์เอง
หากขัดขวางโศกนาฏกรรมครั้งนั้นได้ ชะตากรรมของผู้คนมากมายคงเปลี่ยนแปลงไป
น่าเสียดาย โลกนี้ไม่มีโอสถแก้ความเสียใจ!
สิ่งที่นางทำได้ในยามนี้ คือพยายามไม่นึกถึงเรื่องเหล่านั้น และรักษาจิตใจให้สงบที่สุด
