เจียเหยาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้คนในเผ่า
แม้แต่อ๋องอย่างอวิ๋นเจิงก็ดูคล้ายกลายเป็นตัวประกอบไปเสียแล้ว
เมื่อเห็นเจียเหยาถูกรายล้อมประหนึ่งดวงจันทร์ท่ามกลางหมู่ดาว อวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอินก็อดไม่ได้ที่จะสบตากันเงียบ ๆ
บารมีของเจียเหยาในเป่ยหวนช่างสูงส่งยิ่งนัก!
ผู้คนเหล่านี้ย้ายมาอยู่ต้าเฉียนได้สองปีแล้ว!
ทว่าพวกเขายังคงรักและเทิดทูนเจียเหยาเช่นนี้
อวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอินรู้ว่าคนในเผ่าเหล่านี้ล้วนเคยเป็นชนเผ่าของเจียเหยา
ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเจียเหยาดีกับพวกเขาเพียงใด จึงทำให้พวกเขารักและเทิดทูนถึงเพียงนี้
“เร็วเข้า รีบไปฆ่าแพะ!”
“แต่ละครอบครัวเอาแพะออกมาหนึ่งตัว พวกเราต้องต้อนรับท่านอ๋องกับองค์หญิงให้ดี!”
หัวหน้าเผ่าตื่นเต้นจนลนลาน สั่งการผู้คนในเผ่าอย่างเร่งด่วน
“ท่านลุงบาจา!”
เจียเหยารีบร้องเรียกหัวหน้าเผ่า “พวกท่านอย่า...”
“องค์หญิง...ท่าน...ท่านยังจำคนแก่คนนี้ได้หรือ?”
เมื่อได้ยินเจียเหยาเรียกชื่อของตน บาจาก็ตื่นเต้นยิ่งขึ้น
“จำได้!”
เจียเหยาพยักหน้าอย่างหนักแน่น ขอบตาแดงก่ำพลางกล่าวว่า “ข้าจำผู้คนมากมายในเผ่าของท่านได้! ข้ายังจำท่านลุงอาอี รวมถึงอู๋ลี่จี๋กับปาเย่อร์ได้...”
เจียเหยาเอ่ยชื่อออกมาหลายชื่อราวกับนับสมบัติในบ้าน
ทุกครั้งที่เอ่ยชื่อหนึ่ง ใบหน้าของคนผู้นั้นก็ผุดขึ้นในห้วงความคิด
คำเรียก “ท่านลุง” พบเห็นได้ทั่วไปในเป่ยหวน
ท่านลุงในที่นี้มิได้หมายถึงลุงแท้ ๆ
เป็นเพียงคำเรียกยกย่อง มักใช้เรียกผู้อาวุโสในเผ่าที่มีคุณธรรมและบารมี
เมื่อได้ฟังคำพูดของเจียเหยา บาจาก็ตื่นเต้นยิ่งขึ้น รอยยิ้มเต็มใบหน้า เขากล่าวกับนางว่า “อู๋ลี่จี๋กับปาเย่อร์เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ปีนี้เริ่มติดตามคนในเผ่าออกไปเลี้ยงสัตว์ หากพวกเขารู้ว่าองค์หญิงมา คงดีใจเป็นแน่...”
