วันถัดมา อวิ๋นเจิงได้รับข่าวจากเมืองหลวงอีกครั้ง
ผู่ยวี่ ซื่อจื่อแห่งอ๋องหนานเจ้า ถูกคนลอบสังหารกลางถนน โชคดีที่ซื่อจื่อแห่งอ๋องหนานเจ้ามีวาสนาดี มีมือสังหารอีกคนช่วยรับธนูปลิดชีพแทน จึงรอดตายมาได้
ขณะนี้กรมอาญากำลังเร่งสืบคดีอย่างเต็มกำลัง ทั้งยังออกค้นหามือสังหารทั่วเมือง ทว่ายังไม่พบเบาะแส
นอกจากนี้ยังมีข่าวเกี่ยวกับตระกูลสวีอีกด้วย
หลังสวีอวิ๋นเฉิงถูกลอบสังหารจนสิ้นชีพ สวีฉือฝู่ก็ล้มป่วยลง
ในวันฝังศพสวีอวิ๋นเฉิง ขุนนางในราชสำนักจำนวนมากเดินทางไปไว้อาลัยด้วยตนเอง องค์รัชทายาทอวิ๋นลี่กับฮองเฮาสวีก็ไปจวนสวีเพื่อไว้อาลัยด้วยเช่นกัน ฮองเฮาสวีร่ำไห้จนแทบขาดใจในงานศพ ส่วนอวิ๋นลี่ก็พระราชทานตำแหน่งย้อนหลังแก่สวีอวิ๋นเฉิงเป็นอิ๋นชิงกวงลู่ต้าฟู
ทว่าอิทธิพลของสวีอวิ๋นเฉิงยังไม่มากพอ
ไม่ว่าจะเป็นราชทินนามหลังสิ้นชีพหรือการฝังร่วมสุสานหลวง ล้วนไม่มีทั้งสิ้น
บัดนี้ ทั้งเมืองหลวงและดินแดนรอบอวี้โจวต่างให้ความรู้สึกราวกับมีคลื่นลมกำลังก่อตัว
อวิ๋นเจิงเชื่อว่า ไม่ใช่เพียงเขาเท่านั้น ผู้คนมากมายคงคาดเดาได้แล้วว่าราชวงศ์ต้าเฉียนกำลังจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่
ครานี้ เกรงว่าจะมีคนถูกประหารอีกไม่น้อย
อวิ๋นเจิงถึงกับสงสัยว่า ความปั่นป่วนครานี้จะส่งผลต่อราชสำนักยิ่งกว่าคดีองค์รัชทายาทคนก่อนก่อกบฏเสียอีก
ยามนี้เขาเองก็แยกไม่ออกว่าหมากกระดานใดเป็นฝีมือฮ่องเต้เหวิน และหมากกระดานใดเป็นฝีมือมือมืดที่อยู่เบื้องหลัง ทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ไม่รู้ว่าควรเข้าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวายเหล่านี้หรือไม่
เข้าไปยุ่งก็กลัวจะทำลายแผนการของฮ่องเต้เหวิน
ไม่เข้าไปยุ่งก็รู้สึกว่าราชสำนักกำลังจะตกอยู่ในความโกลาหลอีกครั้ง
อย่าให้ซีฉวียังไม่ทันถูกกำราบ ต้าเฉียนกลับวุ่นวายจนเละเทะเสียก่อนก็แล้วกัน
