ได้ยินพวกเขาคุยเล่นกันต่อหน้า จี้หร่านพลันรู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเคารพ
หากจะสอบสวนเขาก็สอบสวนให้ดี!
สอบสวนเสร็จแล้ว จะจัดการอย่างไรก็ว่ากันไป!
“แค่ก ๆ...”
จี้หร่านกระแอมเบา ๆ เตือนทั้งสองคน “ท่านอ๋อง ยังมีสิ่งใดอยากถามก็ถามเถิด! ถามเสร็จแล้ว ข้าก็สมควรออกเดินทางแล้ว! ขอเพียงท่านอ๋องเห็นแก่ที่ภรรยาและบุตรของข้าไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย โปรดไว้ชีวิตพวกเขาด้วย...”
นับแต่ถูกจับกุมอย่างลับ ๆ จี้หร่านก็ไม่เคยคิดว่าตนจะมีชีวิตรอด
เขาทำงานใต้บังคับบัญชาของอวิ๋นเจิงมาระยะหนึ่งแล้ว
เขารู้ว่าอวิ๋นเจิงมิใช่คนโหดเหี้ยม แต่ก็ไม่ใช่คนใจอ่อนเช่นกัน
สายลับอย่างเขา เมื่อถูกจับได้ก็มีแต่ความตายเป็นปลายทาง
“เจ้าช่างตรงไปตรงมาเสียจริง!”
อวิ๋นเจิงยิ้มบาง ๆ “คราวที่พระชายาเดินทางไปยังจวนอ๋องจวิ้นซื่อฟางเป็นครั้งแรก เกือบถูกซุ่มโจมตี เป็นเจ้าที่ส่งข่าวไปกระมัง?”
“ใช่!”
จี้หร่านยอมรับอย่างไม่อ้อมค้อม
อวิ๋นเจิงจับจ้องจี้หร่านด้วยแววตาคมกริบ “เปิ่นหวังส่งคนลอบจับตาดูเจ้ามาโดยตลอด เจ้าใช้วิธีใดส่งข่าวเรื่องที่พระชายากับพวกนางจะไปจวิ้นซื่อฟางออกไป?”
เปลือกตาจี้หร่านกระตุก เขาไม่เพียงไม่ตอบคำถามของอวิ๋นเจิง กลับถามขึ้นว่า “ท่านอ๋องไม่เคยไว้วางใจข้าตั้งแต่แรกหรือ?”
“ใช่!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าเบา ๆ “จะกล่าวให้ถูกก็คือ ข้าไม่เชื่อว่าเบื้องหลังเจ้าจะไม่มีผู้หนุนหลัง ประวัติของเจ้าสะอาดเกินไป สะอาดเสียจนเปิ่นหวังอดสงสัยไม่ได้”
ยามนั้นเขาเคยคิดว่า หากเบื้องหลังจี้หร่านไม่มีผู้หนุนหลัง เหตุใดจึงได้เลื่อนตำแหน่งรวดเร็วเช่นนี้
