“นั่นคือแม่นางเมี่ยวอิน!”
จางซวีราวกับถูกฉีดเลือดไก่ จู่ ๆ ก็ผุดลุกขึ้นนั่ง จ้องเมี่ยวอินตาไม่กะพริบ
ดูท่าแล้ว จางซวีก็เป็นแฟนคลับตัวยงของเมี่ยวอินเช่นกัน!
นี่น่ะหรือเมี่ยวอิน?
อวิ๋นเจิงขมวดคิ้ว “เจ้าไม่ได้บอกว่านางงามดุจนางเซียนหรือ? นางสวมผ้าคลุมหน้าอยู่ เจ้ายังมองเห็นโฉมหน้าของนางได้หรือ?”
“ย่อมมองไม่เห็นอยู่แล้ว!”
จางซวีกล่าวราวกับเป็นเรื่องสมควร
“เช่นนั้นเจ้ารู้ได้อย่างไรว่านางงามดุจนางเซียน?”
อวิ๋นเจิงทำหน้ามืดครึ้ม
“คนอื่นเขาว่ากันมา!”
จางซวีหรี่ตา พลางเหลือบมองเมี่ยวอินไม่หยุด “เหล่าผู้ที่โชคดีได้เป็นแขกในม่านของนางต่างบอกว่านางงามสะกดขวัญ จนแม้แต่นางเซียนบนสวรรค์ก็ยังเทียบไม่ได้แม้เพียงหนึ่งในสิบส่วน...”
บัดซบ!
เขานึกว่าเมี่ยวอินผู้นี้งามล้ำจริง ๆ เสียอีก!
ที่แท้ก็เป็นเพียงคำยกยอปั้นแต่งขึ้นมาทั้งนั้น!
เมี่ยวอินผู้นี้ช่ำชองในวิธีสร้างชื่อเสียงเสียจริง!
ขณะที่อวิ๋นเจิงกำลังบ่นอยู่ในใจ เมี่ยวอินก็เอ่ยปากแล้ว
คำกล่าวเปิดงานก็ไม่พ้นขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานอะไรทำนองนั้น
อวิ๋นเจิงยังไม่รู้ว่าเมี่ยวอินมีหน้าตาเช่นไร
ทว่าน้ำเสียงของสตรีผู้นี้ช่างอ่อนหวานชวนเคลิบเคลิ้มจริง ๆ!
เพียงได้ฟังก็รู้สึกราวกับทั่วร่างอ่อนระทวย
หวังว่านางจะไม่ใช่คนที่มีดีแค่เสียงก็แล้วกัน!
อวิ๋นเจิงลอบคิดในใจ
“คุณหนูเมี่ยวอิน เชิญตั้งหัวข้อเถิด!”
“ใช่ ๆ เชิญตั้งหัวข้อ!”
“ตั้งหัวข้อแล้วอย่างไร? ฝีมือแต่งกลอนของพวกเจ้า จะเข้าตาคุณหนูเมี่ยวอินได้หรือ?”
“วันนี้คุณชายเตรียมตัวมาอย่างพร้อมสรรพ ผู้ชนะอันดับหนึ่งในวันนี้ต้องเป็นข้าแน่!”
“ช่างคุยโวเสียจริง หากคุณชายผู้นี้ไม่มา เจ้ายังพอมีโอกาสคว้าอันดับหนึ่งอยู่บ้าง แต่ในเมื่อข้ามาถึงแล้ว พวกเจ้าก็หมดโอกาสกันทุกคน...”
