หลังตรวจเยี่ยมกองทัพเรือซินจินแล้ว อวิ๋นเจิงก็กลับติ้งเป่ยอีกครั้ง
เมื่อพวกเขามาถึง อู๋เซิงไท่กับขุนนางผู้ดูแลเมืองต่าง ๆ ในซั่วเป่ยก็มาถึงกันหมดแล้ว
พอเห็นอวิ๋นเจิง หลายคนต่างลอบหวั่นใจอยู่ในอก
แม้คดีทุจริตในซั่วเป่ยเมื่อปีก่อนจะสาวไปถึงผู้คนกว่ายี่สิบคน แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในซั่วเป่ยยังต้องมีขุนนางที่ทุจริตแต่ยังไม่ถูกเปิดโปงอยู่อีกแน่
พวกเขาคาดเดาว่าอวิ๋นเจิงเรียกพวกตนมาพบด้วยเรื่องนี้
พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าตนจะถูกพัวพันไปด้วยหรือไม่
“เอาละ นั่งลงเถิด!”
อวิ๋นเจิงนั่งลงบนที่นั่งประธาน “เปิ่นหวังยังมีธุระสำคัญ จึงจะกล่าวให้กระชับที่สุด! ขุนนางผู้ดูแลแต่ละเมืองจงรายงานสถานการณ์ของเมืองตน รวมถึงปัญหาที่กำลังประสบอยู่ ไม่ต้องลงรายละเอียด เลือกกล่าวแต่เรื่องสำคัญ!”
ได้ยินอวิ๋นเจิงกล่าวเช่นนั้น อู๋เซิงไท่ก็รีบสั่งให้ผู้ว่าการซู่ฉวีเป็นคนกล่าวก่อน
ผู้ว่าการซู่ฉวีไม่กล้าละเลย รีบรายงานสถานการณ์ของซู่ฉวี
อวิ๋นเจิงมิได้ขัดจังหวะเขา เพียงรับฟังเงียบ ๆ
เมื่อผู้ว่าการซู่ฉวีรายงานจบ ผู้ว่าการหม่าอี้ก็เริ่มรายงานต่อ
จากนั้นทุกคนก็ทยอยรายงานทีละคน
แม้อวิ๋นเจิงจะบอกให้เลือกกล่าวแต่เรื่องสำคัญ แต่กว่าจะรายงานกันครบ ก็ล่วงเลยไปถึงหนึ่งชั่วยามครึ่ง
จนทุกคนกล่าวจบ อู๋เซิงไท่จึงรายงานสรุป
เมื่ออู๋เซิงไท่กล่าวจบ อวิ๋นเจิงจึงค่อย ๆ ลุกขึ้น
เห็นอวิ๋นเจิงลุกขึ้น บรรดาขุนนางก็รีบลุกตาม
“ไม่เลว”
อวิ๋นเจิงกวาดตามองทุกคน “ฟังจากที่พวกเจ้ากล่าวมา นอกจากคดีทุจริตเมื่อปีก่อนแล้ว ซั่วเป่ยก็มีแต่เรื่องดี ๆ ทั้งนั้น! ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข ทุกเมืองเจริญรุ่งเรือง เต็มไปด้วยความสงบผาสุก! แม้เป็นยุคสมัยรุ่งเรือง ก็คงไม่ต่างจากนี้กระมัง?”
