วันรุ่งขึ้น ในการประชุมราชสำนัก
ฮ่องเต้เหวินมิได้เสด็จออกว่าราชการ
การประชุมยังคงดำเนินไปเช่นเดิม โดยมีอวิ๋นลี่เป็นประธาน
เนื้อหาที่หารือยังคงวนเวียนอยู่กับการพระราชทานรางวัล และการส่งขุนนางไปยังเจินเหอ รวมถึงดินแดนของราชวงศ์หลีที่เช่าไว้
เมื่อกล่าวถึงการส่งขุนนางไปประจำการ เหล่าขุนนางต่างเห็นชอบกับแผนการอันโง่เขลาของเซียวว่านโฉว
อย่างไรเสีย ขุนนางที่ราชสำนักส่งไปก็เป็นเพียงหุ่นเชิด มิสู้หาคนสองคนแต่งตั้งเป็นขุนนางแล้วส่งไปให้อวิ๋นเจิงเสีย ยังจะดีกว่า
อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะส่งผู้มีความสามารถไปให้อวิ๋นเจิง
เมื่อเหล่าขุนนางต่างเห็นพ้อง อวิ๋นลี่ก็ไม่มีความเห็นขัดข้อง
จากนั้นก็ถึงเรื่องหารือการพระราชทานรางวัล
พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ เหล่าขุนนางต่างพากันปวดหัว
รางวัลจะให้ก็ไม่มีอะไรให้แล้ว แต่ก็ไม่อาจไม่พระราชทานรางวัลได้
ขณะที่เหล่าขุนนางกำลังกลัดกลุ้มกับเรื่องพระราชทานรางวัล ไท่สื่อหลิ่งเตี่ยนซู่ก็ออกมายืนเบื้องหน้า “องค์รัชทายาท กระหม่อมมีเรื่องกราบทูล!”
เตี่ยนซู่หรือ?
อวิ๋นลี่ฉงนใจ
ไท่สื่อหลิ่งอย่างเขามีเรื่องใดต้องกราบทูล?
ขุนนางอย่างไท่สื่อหลิ่ง ส่วนใหญ่แล้วแทบเป็นคนไร้ตัวตนในท้องพระโรง
เรื่องใหญ่ พวกเขาไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น
เรื่องเล็ก ก็ไม่จำเป็นต้องออกความเห็น
อวิ๋นลี่ถามว่า “เจ้ามีเรื่องใดจะกราบทูล?”
เตี่ยนซู่ประสานมือคำนับแล้วกราบทูล “บัดนี้แคว้นของเรามีกำลังรุ่งเรือง ดินแดนกว้างใหญ่เหนือกว่าราชวงศ์ในอดีต กระหม่อมเห็นว่าแคว้นของเราควรชำระประวัติศาสตร์โดยเร็วพ่ะย่ะค่ะ”
ชำระประวัติศาสตร์หรือ?
อวิ๋นลี่สีหน้าเรียบเฉย ทว่าในใจกลับครุ่นคิดเงียบ ๆ
ไม่นานอวิ๋นลี่ก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
แววเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของอวิ๋นลี่อย่างเงียบงัน
ชั่วขณะหนึ่ง เขาแทบอยากเฆี่ยนเตี่ยนซู่ให้ตายในท้องพระโรง
ชำระประวัติศาสตร์หรือ?
ชำระบรรพบุรุษมันสิ!
ต่อให้จะชำระประวัติศาสตร์ ก็ต้องรอให้เอาชนะเหล่าลิ่วเสียก่อน!
