หลังล่องเรือกลางทะเลมาเกือบหนึ่งเดือน ในที่สุดอวิ๋นเจิงและคณะก็กลับถึงซินจินแห่งซั่วเป่ย
เมื่อเหยียบย่างลงบนผืนดินอันมั่นคง หลายคนต่างรู้สึกโล่งใจไปตาม ๆ กัน
“ความรู้สึกที่ได้ยืนบนพื้นดินมั่นคงนี่ช่างดีจริง ๆ!”
ฉินชีหู่กระทืบเท้าลงบนผืนดิน พลางทอดถอนใจไม่รู้จบ
ได้ยินฉินชีหู่เอ่ยเช่นนั้น หลายคนก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย
แม้เมื่อเดินทางมาถึงช่วงท้าย คนส่วนใหญ่จะคุ้นชินกับชีวิตกลางทะเลแล้ว แต่การล่องลอยอยู่บนทะเลตลอดเวลา ย่อมไม่สบายใจและมั่นคงเท่าการได้เหยียบผืนดินแข็งแรง
“เอาละ ไม่ต้องทอดถอนใจแล้ว!”
อวิ๋นเจิงยิ้มมองฉินชีหู่ “ยังอยากกินของอร่อยอยู่หรือไม่?”
“อยาก ๆ...”
พอพูดถึงเรื่องกิน ฉินชีหู่ก็พลันกระตือรือร้นขึ้นมา
เขาอยากกินเหลือเกิน!
อยู่กลางทะเลกินแต่ผักแห้งกับปลาเค็มมานาน บัดนี้เห็นผักสดก็แทบอยากกอดหอมสักสองที
ในเมื่อยังพอหาผักสดได้ ก็ต้องฉวยโอกาสนี้ปลอบประโลมตนเองเสียหน่อย
อีกไม่นาน ซั่วเป่ยคงหาผักสดมากินได้ยากแล้ว
“ไปเถิด กลับค่ายกันก่อน”
อวิ๋นเจิงเรียกฉินชีหู่และคนอื่น ๆ ก่อนจะกำชับจ้าวหลิวเหลียง “เจ้าจัดที่พักให้ชาวอวี่เหล่านั้นก่อน”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
จ้าวหลิวเหลียงลงมือทันที
ชาวอวี่เหล่านี้เป็นทั้งเชลยและอาจารย์ของพวกเขา
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากชาวอวี่เหล่านี้ไม่น้อย
โดยเฉพาะการพิจารณาสภาพน้ำและตรวจดูสภาพอากาศกลางทะเล พวกเขายังเรียนรู้วิธีทำเครื่องมือเรียบง่ายแต่ใช้ประโยชน์ได้จริงจากชาวอวี่เหล่านี้ ใช้ตรวจสอบได้ว่าพื้นทะเลเป็นทรายละเอียดหรือแนวหินโสโครก หรือเป็นอย่างอื่น
