ไม่นาน อวิ๋นเจิงก็ได้พบกับจ๋าซี ทูตที่ตุยหลงหล่างรื่อส่งมา
“คารวะท่านอ๋อง...”
จ๋าซีประสานมือคำนับอวิ๋นเจิงด้วยความหวาดหวั่น
“ไม่ต้องมากพิธี!”
อวิ๋นเจิงโบกมือเบา ๆ ก่อนมองจ๋าซีด้วยรอยยิ้ม “เจ้ามาเจรจาเรื่องยอมจำนนแทนตุยหลงหล่างรื่อหรือ?”
“ขอรับ... ใช่แล้ว...”
จ๋าซีพยักหน้ารัว พยายามฝืนยิ้มออกมา
นี่มาขอยอมจำนนจริงหรือ?
อวิ๋นเจิงลอบครุ่นคิด ก่อนเอ่ยอย่างสนอกสนใจ “ข้าเป็นคนใจร้อน ไม่ชอบพูดอ้อมค้อม บอกมาตรง ๆ เงื่อนไขการยอมจำนนของพวกเจ้าคืออะไร?”
จ๋าซีเหลือบมองอวิ๋นเจิงอย่างระมัดระวัง แล้วจึงเอ่ยขึ้น “แม่ทัพใหญ่มีเงื่อนไขสามข้อ ข้อแรก ขอท่านอ๋องโปรดเมตตาทหารของฝ่ายเรา ข้อสอง แม่ทัพใหญ่หวังว่าท่านอ๋องจะประทานรางวัลให้อย่างไม่ตระหนี่ และกราบทูลราชสำนักแห่งราชวงศ์ต้าเฉียนให้แต่งตั้งแม่ทัพใหญ่เป็นโหว ข้อสาม แม่ทัพใหญ่ขอร้องให้ท่านอ๋องกดดันหัวหน้าเผ่าต่าง ๆ ให้ส่งครอบครัวของแม่ทัพใหญ่มอบแก่ท่านอ๋อง...”
เมื่อได้ฟังเงื่อนไขของจ๋าซี อวิ๋นเจิงก็อดครุ่นคิดไม่ได้
สองข้อแรกนั้นง่ายดายยิ่ง
ขอเพียงตุยหลงหล่างรื่อนำกองทัพยอมจำนน และช่วยให้ไม่ต้องเกิดสงคราม เขาย่อมปฏิบัติต่อเชลยศึกด้วยความเมตตา
ส่วนการแต่งตั้งเป็นโหวก็เป็นเรื่องง่ายเช่นกัน
ขอเพียงตุยหลงหล่างรื่อยอมจำนน เขารับรองได้ว่าจะทำให้ราชสำนักแต่งตั้งอีกฝ่ายเป็นโหว
หากเจ้าสามไม่ยอมแต่งตั้ง เขาจะทำให้เจ้าสามกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นแน่!
แต่เงื่อนไขข้อสาม ฟังดูเหลวไหลอยู่บ้าง
เขาขอคนจากบรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทราย แล้วพวกนั้นจะยอมส่งคนมาให้หรือ?
บรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายไม่ต้องรักษาหน้าตาหรือไร?
หากพวกนั้นไม่ยอมส่งคนมา เขาจะนำกองทัพไปโจมตีบรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายได้หรือ?
